Command Palette

Search for a command to run...

เอกสารฉบับร่าง — ยังไม่ใช่ประกาศที่มีผลบังคับใช้

ฉบับร่าง

ร่างนี้จัดทำขึ้นจากการตรวจสอบการทำงานจริงของระบบทีละส่วน เพื่อให้ข้อเท็จจริงถูกต้องก่อนเป็นอันดับแรก ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ก่อนเผยแพร่เป็นประกาศอย่างเป็นทางการ

ข้อความที่แสดงเป็นกรอบสีเหลืองในลักษณะ [ ต้องกรอก: ตัวอย่างช่องที่ต้องกรอก ] คือค่าที่ยังไม่ทราบและ ต้องกรอกโดย วช. เท่านั้น ผู้จัดทำร่างไม่ได้ใส่ค่าสมมติไว้ในช่องเหล่านี้โดยเจตนา

ข้อมูลส่วนบุคคล

ประกาศความเป็นส่วนตัว

คลังข้อมูลการวิจัยแห่งชาติ (TNRR AI Portal) ดำเนินการโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ประกาศฉบับนี้อธิบายว่าระบบเก็บข้อมูลอะไรจากท่าน ด้วยเหตุใด เก็บไว้นานเท่าใด ส่งต่อให้ใครบ้าง และท่านมีสิทธิอะไรบ้าง โดยระบุตามการทำงานจริงของระบบ ไม่ใช่ตามแบบแผนทั่วไป

1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางติดต่อ

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับระบบคลังข้อมูลการวิจัยแห่งชาติ (TNRR AI Portal) คือ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หรือ National Research Council of Thailand (NRCT)

ที่อยู่
[ ต้องกรอก: ที่อยู่ตามทะเบียนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ]
โทรศัพท์
[ ต้องกรอก: หมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ]
อีเมล
[ ต้องกรอก: อีเมลกลางของหน่วยงานสำหรับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ]

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)

ชื่อ / ตำแหน่ง
[ ต้องกรอก: ชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ วช. ]
อีเมล
[ ต้องกรอก: อีเมลของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ]
โทรศัพท์
[ ต้องกรอก: หมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ]

ขอบเขตของประกาศฉบับนี้

ประกาศฉบับนี้ใช้กับระบบ TNRR AI Portal ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์ tnrr-ai.opend.cloud ซึ่งเป็นโดเมนถาวรของระบบ และ tnrr-ai.biggo-analytics.dev ซึ่งเป็นโดเมนในระยะนำร่องที่ยังใช้งานได้อยู่ในขณะนี้ ประกาศฉบับนี้ไม่ครอบคลุมเว็บไซต์หรือระบบอื่นของ วช. และไม่ครอบคลุมระบบของผู้ให้บริการ ยืนยันตัวตนที่ผู้ใช้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละรายมีนโยบายของตนเอง

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานและผู้พัฒนาระบบที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของ วช.): [ ต้องกรอก: ชื่อนิติบุคคลและเลขที่สัญญา/ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล ]

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

ระบบนี้ไม่มีการสมัครสมาชิกด้วยตนเองและไม่มีการเก็บรหัสผ่านใด ๆ ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบทั้งหมดได้รับมาจากผู้ให้บริการยืนยันตัวตนที่ผู้ใช้เลือกเอง ณ ขณะเข้าสู่ระบบ

ข้อเท็จจริงที่ใช้กับทุกช่องทาง: นอกจากฟิลด์ที่ระบุในตารางแล้ว ระบบยังเก็บชุดข้อมูลดิบทั้งหมดที่ผู้ให้บริการส่งกลับมาในการเข้าสู่ระบบแต่ละครั้งไว้ด้วย เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าข้อมูลที่ระบบมีนั้นมาจากไหน และเพื่อรองรับกรณีที่ผู้ให้บริการเพิ่มหรือเปลี่ยนชื่อฟิลด์ ชุดข้อมูลดิบนี้จะถูกเขียนทับใหม่ทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบ และ เลขประจำตัวประชาชนถูกลบออกจากชุดข้อมูลดิบก่อนบันทึกเสมอ (ดูข้อ 3)

2.1 ข้อมูลที่ได้รับจากแต่ละช่องทางเข้าสู่ระบบ

ผู้ใช้เลือกช่องทางเดียวหรือหลายช่องทางก็ได้ ระบบแสดงเฉพาะช่องทางที่ผู้ดูแลระบบตั้งค่าไว้จริงเท่านั้น ช่องทางที่ไม่ได้ตั้งค่าจะไม่ปรากฏและใช้ไม่ได้

ก. NRIIS — ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (วช.)

ยืนยันตัวตนภาครัฐ · ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย

ขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid profile email read

ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมาระบบเก็บเป็นอะไรหมายเหตุ
sub (หรือ username)รหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่งผู้ให้บริการใช้จับคู่ว่าเป็นบัญชีเดิม ไม่เคยถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์
emailอีเมลของบัญชีหากอีเมลนั้นถูกใช้โดยบัญชีอื่นในระบบอยู่แล้ว ระบบจะไม่เขียนทับและปล่อยว่างไว้
nameชื่อที่ใช้แสดงในระบบ
prefix_nameคำนำหน้าชื่อ
first_name_th / fisrt_name_thชื่อ (ภาษาไทย)
last_name_thนามสกุล (ภาษาไทย)
first_name_en / fisrt_name_enชื่อ (ภาษาอังกฤษ)
last_name_enนามสกุล (ภาษาอังกฤษ)
org_id, org_nameรหัสและชื่อหน่วยงานต้นสังกัด
groupsรายการกลุ่ม (เก็บเฉพาะรหัสและชื่อ)แสดงผลอย่างเดียว ไม่มีส่วนใดของระบบใช้ค่านี้ตัดสินสิทธิ์การเข้าถึง
national_id (13 หลักเต็ม)ไม่จัดเก็บใช้คำนวณค่าแฮชและเลขปิดบังในหน่วยความจำแล้วทิ้ง — ดูข้อ 3
national_id_maskedเลขประจำตัวประชาชนแบบปิดบัง

ข. ThaID — การพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล (กรมการปกครอง)

ยืนยันตัวตนภาครัฐ · ข้อมูลอยู่ในประเทศไทย

ขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid pid title given_name family_name name given_name_en family_name_en

ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมาระบบเก็บเป็นอะไรหมายเหตุ
subรหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่งผู้ให้บริการไม่เคยถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์
pid (เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก)ไม่จัดเก็บใช้คำนวณค่าแฮชและเลขปิดบังในหน่วยความจำแล้วทิ้ง — ดูข้อ 3
titleคำนำหน้าชื่อ
given_name / family_nameชื่อ-นามสกุล (ภาษาไทย)
given_name_en / family_name_enชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ)
nameชื่อที่ใช้แสดงในระบบหากไม่ส่งมา ระบบประกอบขึ้นจากชื่อและนามสกุล
(อีเมล)ไม่มีThaID ไม่ได้ให้บริการอีเมล ระบบจึงไม่มีอีเมลจากช่องทางนี้และไม่ได้ร้องขอ
(วันเดือนปีเกิด)ไม่ร้องขอ / ไม่ได้รับถอดออกจากรายการสิทธิ์ที่ขอโดยเจตนา เพราะไม่มีส่วนใดของระบบใช้งาน

การเชื่อมข้อมูลกับ NRIIS: ระบบมีความสามารถเสริม (ปิดไว้เป็นค่าตั้งต้น) ที่จะนำผลการยืนยันตัวตนจาก ThaID ไปขอข้อมูลโปรไฟล์จาก NRIIS ต่อ เพื่อให้ผู้ที่เข้าสู่ระบบด้วย ThaID ได้ข้อมูลหน่วยงานต้นสังกัดและอีเมลของตนมาด้วย หากเปิดใช้ความสามารถนี้ ข้อมูลจะถูกส่งระหว่างระบบของกรมการปกครองและของ วช. เท่านั้น ทั้งสองแห่งอยู่ในประเทศไทย จึงไม่ถือเป็นการส่งข้อมูลออกนอกราชอาณาจักร

ค. Google

ช่องทางทางเลือก · ผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศ

ขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid email profile

ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมาระบบเก็บเป็นอะไรหมายเหตุ
subรหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่ง Googleไม่เคยถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์
emailอีเมลของบัญชีหาก Google ระบุว่าอีเมลยังไม่ได้รับการยืนยัน ระบบจะไม่บันทึกอีเมลนั้น
nameชื่อที่ใช้แสดงในระบบ
given_name / family_nameชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ)
pictureที่อยู่ (URL) ของรูปโปรไฟล์เก็บเฉพาะที่อยู่ของรูป ไม่ได้เก็บไฟล์ภาพ — ดูผลที่ตามมาในข้อ 6.4
(เลขประจำตัวประชาชน)ไม่มีช่องทางนี้ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ

ง. Facebook

ช่องทางทางเลือก · ผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศ

ขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: public_profile email

ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมาระบบเก็บเป็นอะไรหมายเหตุ
idรหัสอ้างอิงผู้ใช้เฉพาะแอปนี้เป็นรหัสที่ใช้ได้กับแอปนี้เท่านั้น และไม่เคยถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์
nameชื่อที่ใช้แสดงในระบบ
emailอีเมลของบัญชี (เมื่อได้รับ)Facebook อาจไม่ส่งอีเมลมาจนกว่าแอปจะได้รับสิทธิ์ระดับ Advanced Access
pictureที่อยู่ (URL) ของรูปโปรไฟล์เก็บเฉพาะที่อยู่ของรูป ไม่ได้เก็บไฟล์ภาพ — ดูผลที่ตามมาในข้อ 6.4
(เลขประจำตัวประชาชน)ไม่มีช่องทางนี้ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ

ระบบไม่รวมบัญชีให้อัตโนมัติ แม้อีเมลจะตรงกัน การเข้าสู่ระบบด้วยสองช่องทางจะได้บัญชีสองบัญชี เว้นแต่ผู้ใช้จะกดผูกบัญชีเข้าด้วยกันเองขณะที่เข้าสู่ระบบอยู่ ข้อยกเว้นเดียวคือการจับคู่ด้วยค่าแฮชของเลขประจำตัวประชาชนระหว่าง ThaID กับ NRIIS ตามข้อ 3

2.2 ข้อมูลที่ระบบสร้างขึ้นเองจากการใช้งาน

ข้อมูลรายละเอียด
ข้อมูลเซสชันรหัสเซสชัน, บัญชีที่เป็นเจ้าของ, ช่องทางที่ใช้เข้าสู่ระบบ, เวลาที่สร้าง, เวลาที่ใช้งานล่าสุด, เวลาหมดอายุ, เวลาและเหตุผลที่ถูกยกเลิก
หมายเลขไอพีบันทึกเฉพาะตอนเข้าสู่ระบบและในบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย เก็บเฉพาะหมายเลขแรกที่ปรากฏ หากรูปแบบไม่ถูกต้องจะเก็บเป็นค่าว่าง
ข้อมูลเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ (user-agent)ข้อความที่เบราว์เซอร์ส่งมาบอกชนิดของตัวเองเอง ตัดเหลือไม่เกิน 400 ตัวอักษร ใช้เพื่อให้ผู้ใช้จำอุปกรณ์ของตนได้ในหน้าจัดการอุปกรณ์ ไม่ใช่เพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรม
บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตนเริ่มเข้าสู่ระบบ, เข้าสู่ระบบสำเร็จ, ถูกปฏิเสธ, เกิดข้อผิดพลาด, ผูกบัญชี, ยกเลิกการเชื่อมต่อ, ออกจากระบบ, ออกจากระบบทุกอุปกรณ์, ยกเลิกเซสชัน — พร้อมเวลา ช่องทาง หมายเลขไอพี และข้อมูลเบราว์เซอร์
ค่าที่ใช้ระหว่างขั้นตอนเข้าสู่ระบบค่าสุ่มสำหรับป้องกันการปลอมคำขอ เก็บไว้ชั่วคราวและลบทิ้งภายใน 1 ชั่วโมงหลังหมดอายุ ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในค่าดังกล่าว

2.3 ข้อมูลที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง

  • ชื่อและคำอธิบายของพื้นที่วิจัย (Workspace) และรายการงานวิจัยที่บันทึกไว้
  • ข้อความที่พิมพ์ในช่องค้นหาและช่องสนทนากับผู้ช่วย AI — ไม่มีการบันทึกข้อความเหล่านี้ลงฐานข้อมูลของระบบ และล็อกของแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ไม่บันทึกทั้งคำถามและคำตอบ แต่โปรดอ่านข้อ 2.4 เรื่องล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่ต้องแจ้งให้ทราบ

2.4 ล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์

เว็บเซิร์ฟเวอร์ที่รับคำขอจากอินเทอร์เน็ตบันทึกที่อยู่ของหน้าที่ถูกเรียกไว้ในล็อกตามปกติของระบบ เนื่องจากคำค้นหาเดินทางไปกับที่อยู่ของหน้า ล็อกดังกล่าวจึงมีคำค้นหาของผู้ใช้อยู่ด้วยพร้อมกับหมายเลขไอพีที่เรียก ส่วนข้อความที่พิมพ์ในช่องสนทนากับผู้ช่วย AI ไม่ได้เดินทางไปกับที่อยู่ของหน้า จึงไม่ปรากฏในล็อกนี้ ล็อกถูกจำกัดด้วยขนาดและถูกทับด้วยของใหม่เมื่อเต็ม (ดูข้อ 7)

2.5 ข้อมูลที่ระบบไม่เก็บ

  • เลขประจำตัวประชาชนแบบเต็ม 13 หลัก (ดูข้อ 3)
  • รหัสผ่าน — ระบบไม่มีคอลัมน์สำหรับรหัสผ่านโดยเจตนา จึงไม่มีรหัสผ่านให้รั่วไหล
  • วันเดือนปีเกิด — ถูกถอดออกจากรายการสิทธิ์ที่ขอจาก ThaID โดยเจตนา
  • ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 เช่น ศาสนา เชื้อชาติ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวมิติ
  • ข้อมูลการติดตามพฤติกรรมการใช้งานเพื่อการโฆษณาหรือการวิเคราะห์เชิงพาณิชย์ — ระบบไม่มี เครื่องมือวิเคราะห์ของบุคคลที่สาม ไม่มีพิกเซลติดตาม และไม่มีสคริปต์ของบุคคลที่สามใด ๆ
  • การจัดกลุ่ม การให้คะแนน หรือการตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลต่อบุคคล — ข้อมูลกลุ่มที่ NRIIS ส่งมานั้นแสดงผลอย่างเดียว ไม่มีส่วนใดของระบบใช้ตัดสินสิทธิ์

3. เลขประจำตัวประชาชน

ระบบนี้ไม่จัดเก็บเลขประจำตัวประชาชนแบบเต็ม 13 หลัก ไม่ว่าที่ใดก็ตาม ทั้งในฐานข้อมูล ในล็อก ในบันทึกเหตุการณ์ และในไฟล์สำรองข้อมูล

3.1 ระบบได้รับเลขนี้จากที่ใด

มีเพียงสองช่องทางที่ส่งเลขประจำตัวประชาชนแบบเต็มมาให้ระบบ คือ ThaID (ฟิลด์ pid) และ NRIIS (ฟิลด์ national_id) ส่วน Google และ Facebook ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ เลขที่ได้รับจะอยู่ในหน่วยความจำของเซิร์ฟเวอร์เพียงช่วงสั้น ๆ ระหว่างการรับข้อมูลจากผู้ให้บริการกับการสร้างบัญชีเท่านั้น

3.2 สิ่งที่ถูกเก็บจริงมีเพียงสองอย่าง

สิ่งที่เก็บรูปแบบใช้ทำอะไร
เลขแบบปิดบังแสดงเฉพาะ 5 หลักแรกและ 4 หลักท้าย เช่น 12345****0123แสดงให้เจ้าของบัญชีดูในหน้าโปรไฟล์ เพื่อให้ยืนยันได้เองว่าบัญชีผูกกับเลขของตน เป็นค่าเดียวที่เกี่ยวกับเลขประจำตัวประชาชนซึ่งถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์
ค่าแฮชที่ย้อนกลับไม่ได้ค่าที่คำนวณด้วยอัลกอริทึม SHA-256 โดยผสมกับค่าลับเฉพาะระบบ ก่อนคำนวณใช้เพื่อจุดประสงค์เดียว คือรู้ว่าผู้ที่เข้าสู่ระบบด้วย ThaID กับผู้ที่เข้าสู่ระบบด้วย NRIIS เป็นบุคคลเดียวกัน จึงไม่เกิดบัญชีซ้ำซ้อน ไม่ถูกใช้เพื่อการค้นหา จัดกลุ่ม หรือเชื่อมโยงกับระบบอื่นใด

3.3 ทำไมต้องผสมค่าลับก่อนคำนวณค่าแฮช

เลขประจำตัวประชาชนมีจำนวนความเป็นไปได้จำกัดและมีหลักตรวจสอบกำกับ การคำนวณค่าแฮชจากเลขตรง ๆ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้ฐานข้อมูลไปสร้างตารางเทียบทุกความเป็นไปได้ แล้วย้อนหาเลขเดิมได้ ระบบจึงผสมค่าลับที่เก็บแยกจากฐานข้อมูล เข้าไปก่อนคำนวณเสมอ ทำให้ค่าแฮชในฐานข้อมูลไม่มีความหมายหากไม่มีค่าลับนั้น และหากค่าลับยังไม่ได้ตั้งค่าให้ยาวพอ ระบบจะไม่คำนวณและไม่บันทึกค่าแฮชเลย แทนที่จะบันทึกค่าที่อ่อนแอ

3.4 เลขเต็มไม่ถูกบันทึกที่ใด

  • ไม่มีคอลัมน์ใดในฐานข้อมูลที่รับค่าเลขเต็ม
  • ถูกลบออกจากชุดข้อมูลดิบที่ผู้ให้บริการส่งมา ก่อนที่ชุดข้อมูลนั้นจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูล
  • ไม่ปรากฏในล็อกของแอปพลิเคชันและไม่ปรากฏในบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
  • ไม่เคยถูกส่งไปยังผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์ทั้งในและต่างประเทศ (ดูข้อ 6.3)
  • เมื่อไม่ถูกบันทึกในฐานข้อมูล จึงไม่อยู่ในไฟล์สำรองข้อมูลรายคืนด้วยเช่นกัน

ข้อจำกัดที่ต้องแจ้งให้ทราบตามจริง: การลบเลขออกจากชุดข้อมูลดิบทำโดยอ้างอิงชื่อฟิลด์ที่ผู้ให้บริการใช้จริง คือ pid ของ ThaID และ national_id ของ NRIIS หากในอนาคตผู้ให้บริการเปลี่ยนไปส่งเลขดังกล่าวภายใต้ชื่อฟิลด์อื่น เลขนั้นอาจถูกบันทึกไปกับชุดข้อมูลดิบได้ วช. จะตรวจสอบข้อกำหนดทางเทคนิคของผู้ให้บริการทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง และแก้ไขโดยทันทีหากพบกรณีดังกล่าว

4. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

ระบบประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ต่อไปนี้เท่านั้น และจะไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

วัตถุประสงค์ข้อมูลที่ใช้ฐานทางกฎหมาย
ยืนยันตัวตนผู้ใช้ และรักษาสถานะการเข้าสู่ระบบรหัสอ้างอิงจากผู้ให้บริการ, อีเมล, ชื่อที่ใช้แสดง, ข้อมูลเซสชันม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(4) ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ วช.
จับคู่ว่าบัญชีที่เข้าสู่ระบบผ่าน ThaID กับผ่าน NRIIS เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดบัญชีซ้ำซ้อนค่าแฮชของเลขประจำตัวประชาชน (ดูข้อ 3)ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
ให้บริการพื้นที่วิจัยส่วนตัว (Workspace) และบันทึกงานวิจัยที่ผู้ใช้เลือกรหัสเจ้าของ, ชื่อและคำอธิบายที่ผู้ใช้ตั้งเอง, รายการงานวิจัยที่บันทึกม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา
ให้บริการผู้ช่วยค้นคว้าด้วย AI (ค้นหา สรุป สนทนา สร้างรายงาน)ข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์เอง และเนื้อหางานวิจัยจากคลังข้อมูลสาธารณะม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(4) ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ตรวจสอบย้อนหลังเมื่อมีการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ผู้ใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเองได้บันทึกเหตุการณ์เข้าสู่ระบบ/ออกจากระบบ, หมายเลขไอพี, ข้อมูลเบราว์เซอร์ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
จำกัดอัตราการเรียกใช้บริการเพื่อป้องกันการใช้งานในลักษณะโจมตีหมายเลขไอพี (เก็บในหน่วยความจำไม่เกิน 60 วินาที)ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
บันทึกล็อกการทำงานของระบบ และสำรองข้อมูลเพื่อกู้คืนเมื่อเกิดความเสียหายล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์และแอปพลิเคชัน, ไฟล์สำรองฐานข้อมูลม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

ปัจจุบันระบบไม่ได้อาศัยฐานความยินยอม สำหรับกิจกรรมใดในตารางข้างต้น จึงไม่มีแถบขอความยินยอมคุกกี้ (ดูเหตุผลในข้อ 5) หากในอนาคตมีกิจกรรมที่ต้องขอความยินยอม จะดำเนินการขอแยกต่างหากอย่างชัดแจ้งและถอนได้ตลอดเวลา

การอ้างอิงฐานทางกฎหมายในตารางนี้จัดทำจากการวิเคราะห์การทำงานจริงของระบบ และ[ ต้องกรอก: ต้องได้รับการยืนยัน/ปรับแก้โดยฝ่ายกฎหมายและ DPO ของ วช. ก่อนเผยแพร่ ]

5. คุกกี้และการจัดเก็บข้อมูลบนเครื่องของผู้ใช้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพียงหนึ่งรายการ และเป็นคุกกี้ที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการให้บริการ ไม่มีคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ ไม่มีคุกกี้เพื่อการโฆษณา และไม่มีคุกกี้ของบุคคลที่สาม ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีแถบขอความยินยอมคุกกี้ เพราะไม่มีสิ่งใดให้เลือกปฏิเสธได้โดยที่ระบบยังทำงานได้

ชื่อประเภทอายุวัตถุประสงค์จำเป็นหรือไม่
tnrr_tokenคุกกี้ของเว็บไซต์นี้เองเท่ากับอายุเซสชัน (ค่าตั้งต้น 14 วัน)เก็บค่าอ้างอิงเซสชันแบบสุ่ม 32 ไบต์ ใช้บอกว่าคำขอนี้มาจากผู้ที่เข้าสู่ระบบแล้ว ตัวคุกกี้ไม่มีชื่อ อีเมล หรือข้อมูลใด ๆ ฝังอยู่ภายใน ตั้งค่า HttpOnly, Secure และ SameSite=Laxจำเป็นอย่างยิ่ง
themeข้อมูลใน Local Storage ของเบราว์เซอร์จนกว่าผู้ใช้จะลบข้อมูลเบราว์เซอร์จำว่าผู้ใช้เลือกธีมสว่างหรือธีมมืด เก็บอยู่บนเครื่องของผู้ใช้เท่านั้น ไม่เคยถูกส่งมายังเซิร์ฟเวอร์ไม่จำเป็น

นอกเหนือจากสองรายการข้างต้น ระบบไม่ใช้ Session Storage, ไม่ใช้ IndexedDB, ไม่มี Service Worker, ไม่มีการเก็บข้อมูลไว้ที่ตัวเบราว์เซอร์ในรูปแบบอื่น แบบอักษรที่ใช้ถูกติดตั้งไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของระบบเอง จึงไม่มีการเรียกไปยังบริการแบบอักษรภายนอก และระบบได้ปิดการส่งข้อมูลสถิติการใช้งานของเฟรมเวิร์กที่ใช้พัฒนาไว้แล้ว

6. การเปิดเผยข้อมูลและการส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ

วช. ไม่ขาย ไม่แลกเปลี่ยน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ให้แก่บุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การเชื่อมต่อกับระบบภายนอกทั้งหมดมีเพียงเท่าที่ระบุในข้อนี้

6.1 ผู้ให้บริการยืนยันตัวตนในประเทศไทย

  • NRIIS (วช.) — ระบบภายในประเทศ ให้บริการภายใต้โดเมนภาครัฐไทย
  • ThaID (กรมการปกครอง) — ระบบภายในประเทศ ให้บริการภายใต้โดเมนภาครัฐไทย

ทั้งสองช่องทางนี้ไม่มีการส่งข้อมูลออกนอกราชอาณาจักร การประมวลผลข้อมูลของแต่ละหน่วยงานเป็นไปตามประกาศความเป็นส่วนตัวของหน่วยงานนั้นเอง

6.2 ผู้ให้บริการยืนยันตัวตนในต่างประเทศ (ช่องทางทางเลือก)

การเข้าสู่ระบบด้วย Google หรือ Facebook เป็นทางเลือก ผู้ใช้ที่ไม่ประสงค์ให้มีการติดต่อกับผู้ให้บริการต่างประเทศ สามารถเลือกใช้ ThaID หรือ NRIIS ซึ่งอยู่ในประเทศไทยแทนได้ทั้งหมด

  • เมื่อผู้ใช้กดเลือกช่องทางเหล่านี้ เบราว์เซอร์จะถูกนำไปยังหน้าเข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการนั้นโดยตรง ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการทราบว่าผู้ใช้กำลังเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์นี้
  • ข้อมูลที่ระบบส่งออกไปมีเพียงค่าที่จำเป็นตามมาตรฐาน OAuth/OpenID Connect ได้แก่ รหัสแอปพลิเคชัน ที่อยู่สำหรับส่งกลับ ขอบเขตสิทธิ์ที่ขอ และค่าสุ่มเพื่อความปลอดภัย ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นทิศทางขาเข้า ไม่ใช่ขาออก
  • การประมวลผลของ Google และ Meta เป็นไปตามนโยบายของผู้ให้บริการแต่ละราย ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของ วช.

6.3 ผู้ช่วยค้นคว้าด้วยปัญญาประดิษฐ์

ลำดับผู้ให้บริการที่ตั้งของการประมวลผล
ลำดับที่ 1 (ค่าตั้งต้น)ThaiLLMในประเทศไทย
ลำดับที่ 2 (ใช้เมื่อลำดับที่ 1 ไม่สำเร็จ)OpenRouter ซึ่งส่งต่อไปยัง Google Gemini หรือ DeepSeekต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา / สาธารณรัฐประชาชนจีน)

การส่งออกนอกประเทศเกิดขึ้นเมื่อใด: เฉพาะกรณีที่ผู้ให้บริการในประเทศไม่ตอบสนอง ตอบช้าเกินกำหนด หรือปฏิเสธคำขอ ก่อนที่จะเริ่มส่งคำตอบกลับมา หากเริ่มส่งคำตอบแล้วเกิดข้อขัดข้องกลางคัน ระบบจะแจ้งข้อผิดพลาด ไม่มีการส่งคำถามเดิมออกไปต่างประเทศซ้ำโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ และหากผู้ดูแลระบบไม่ได้ตั้งค่าผู้ให้บริการ AI ไว้เลย บริการ AI จะปิดทั้งหมดโดยไม่มีการเชื่อมต่อออกไปที่ใด

สิ่งที่ถูกส่งไปยังผู้ให้บริการ AI

  • ข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์เอง เช่น คำค้น (ไม่เกิน 500 ตัวอักษร) หรือข้อความสนทนา (ไม่เกิน 4,000 ตัวอักษรต่อข้อความ) พร้อมบทสนทนาก่อนหน้าไม่เกิน 6 รอบ
  • ข้อมูลงานวิจัยจากคลังข้อมูลสาธารณะ ได้แก่ ชื่อเรื่อง หน่วยงาน ปี คำสำคัญ และบทคัดย่อไม่เกิน 3,000 ตัวอักษร รวมไม่เกิน 12 รายการต่อคำถาม
  • คำสั่งตั้งต้นของระบบ ซึ่งเป็นข้อความคงที่ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล

สิ่งที่ไม่ถูกส่งไปโดยเด็ดขาด

  • ชื่อ อีเมล รหัสผู้ใช้ หรือข้อมูลบัญชีใด ๆ
  • เลขประจำตัวประชาชน ทั้งแบบเต็ม แบบปิดบัง และค่าแฮช
  • คุกกี้ ค่าอ้างอิงเซสชัน และหมายเลขไอพีของผู้ใช้

บริการ AI ไม่มีการตรวจสอบตัวตนผู้เรียกใช้เลย ระบบจึงไม่ทราบด้วยซ้ำว่าผู้ถามเป็นใคร และคำขอถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ของระบบ ผู้ให้บริการปลายทางจึงไม่เห็นหมายเลขไอพีของผู้ใช้

ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้: ข้อความที่ท่านพิมพ์เองคือสิ่งที่ถูกส่งไปยังโมเดล ดังนั้น โปรดหลีกเลี่ยงการพิมพ์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือของผู้อื่น ข้อมูลลับ หรือข้อมูลที่ยังไม่เผยแพร่ ลงในช่องค้นหาและช่องสนทนา

นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลและการนำข้อมูลไปฝึกสอนโมเดลของผู้ให้บริการต่างประเทศเป็นเรื่องของผู้ให้บริการนั้น อยู่นอกระบบของ วช. — [ ต้องกรอก: ผลการตรวจสอบนโยบาย และเลขที่ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) กับผู้ให้บริการ AI ต่างประเทศ ]

6.4 การเรียกข้อมูลจากภายนอกโดยเบราว์เซอร์ของผู้ใช้

หากผู้ใช้เข้าสู่ระบบด้วย Google หรือ Facebook และผู้ให้บริการส่งที่อยู่รูปโปรไฟล์มาด้วย หน้าโปรไฟล์จะแสดงรูปนั้นโดยเรียกจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการโดยตรง ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการรายนั้น เห็นหมายเลขไอพีของผู้ใช้ทุกครั้งที่เปิดหน้าโปรไฟล์ นี่เป็นการเรียกข้อมูลจากภายนอกเพียงรายการเดียวที่เกิดขึ้นในการใช้งานปกติ ผู้ใช้ที่ไม่ประสงค์ให้เกิดกรณีนี้สามารถยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีดังกล่าวได้ที่หน้าโปรไฟล์

6.5 การเปิดเผยตามกฎหมาย

วช. อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยจะเปิดเผยเพียงเท่าที่จำเป็นตามคำสั่งนั้น

7. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล

ประเภทข้อมูลระยะเวลาหมายเหตุ
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้และบัญชีที่เชื่อมต่อ (ชื่อ อีเมล หน่วยงาน เลขปิดบัง ค่าแฮช)ตลอดระยะเวลาที่บัญชียังใช้งานอยู่เมื่อบัญชีถูกลบ ข้อมูลบัญชีที่เชื่อมต่อและ Workspace จะถูกลบตามไปด้วย ท่านลบบัญชีได้เองที่หน้าโปรไฟล์ (ดูข้อ 9)
เซสชันการเข้าสู่ระบบอายุ 14 วัน แล้วลบทิ้งอีก 30 วันหลังหมดอายุการเก็บต่ออีก 30 วันเป็นเจตนา เพื่อให้ตอบคำถามได้ว่าอุปกรณ์ใดออกจากระบบเมื่อใด
ข้อมูลเซสชันที่พักไว้ในหน่วยความจำเพื่อความเร็วไม่เกิน 30 วินาทีไม่มีการเขียนลงดิสก์ และหายทั้งหมดเมื่อบริการรีสตาร์ต
หมายเลขไอพีที่ตัวจำกัดอัตราการเรียกใช้บริการเก็บไว้ไม่เกิน 60 วินาทีอยู่ในหน่วยความจำของกระบวนการเท่านั้น ไม่เขียนลงดิสก์
บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตน (audit trail)เก็บไว้โดยไม่มีกำหนดลบอัตโนมัติเป็นเจตนาเพื่อการตรวจสอบย้อนหลังด้านความปลอดภัย เมื่อบัญชีถูกลบ ระบบจะลบหมายเลขไอพี ข้อมูลเบราว์เซอร์ และรายละเอียดของเหตุการณ์ออก โดยคงไว้เพียงว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นเมื่อใด ดูข้อ 9 สำหรับการใช้สิทธิ
ล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์และแอปพลิเคชันจำกัดด้วยขนาดประมาณ 250 MB ต่อบริการ แล้วทับของเก่าไม่มีการกำหนดอายุเป็นจำนวนวัน ระยะเวลาจริงจึงขึ้นกับปริมาณการใช้งาน
ไฟล์สำรองข้อมูล (สำรองทุกวัน เวลาประมาณ 09:15 น. ตามเวลาประเทศไทย)14 วันเก็บบนเครื่องแม่ข่ายเดียวกัน จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะผู้ดูแลระบบ และไม่มีการคัดลอกออกไปยังผู้ให้บริการภายนอก

ข้อจำกัดที่ต้องแจ้งให้ทราบตามจริง: การลบเซสชันที่หมดอายุทำงานเมื่อบริการเริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่ตามตารางเวลา หากบริการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ได้เริ่มต้นใหม่ การลบข้อมูลตามรอบอาจล่าช้ากว่าที่ระบุในตาราง นอกจากนี้บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตนยังไม่มีกำหนดลบอัตโนมัติ โดยเป็นเจตนาเพื่อให้ตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยย้อนหลังได้ [ ต้องกรอก: ระยะเวลาเก็บรักษาบันทึกเหตุการณ์ที่ วช. กำหนดเป็นนโยบาย ]

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

ระบบมีมาตรการเชิงเทคนิคดังต่อไปนี้ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำงานอยู่จริงในระบบ ไม่ใช่ข้อความแสดงเจตนา

  • การเข้ารหัสระหว่างทาง — การเข้าถึงบริการผ่านชื่อโดเมนของระบบใช้โพรโทคอล HTTPS และมีเพียงเว็บเซิร์ฟเวอร์ตัวหน้าเท่านั้นที่เปิดรับคำขอจากภายนอก ฐานข้อมูล หน่วยความจำแคช และบริการเบื้องหลังทั้งหมดไม่เปิดรับการเชื่อมต่อจากภายนอกเครื่อง คุกกี้เซสชันตั้งค่า Secure จึงไม่ถูกส่งบนช่องทางที่ไม่ได้เข้ารหัสไม่ว่ากรณีใด [ ต้องกรอก: ยืนยันว่าได้ปิดช่องทางเข้าถึงด้วยหมายเลขไอพีแบบ HTTP หรือบังคับเปลี่ยนเส้นทางไปยัง HTTPS แล้วก่อนเปิดให้บริการจริง ]
  • คุกกี้เซสชันที่ป้องกันการโจรกรรม — ตั้งค่า HttpOnly จึงอ่านด้วยสคริปต์ในหน้าเว็บไม่ได้, Secure จึงส่งเฉพาะบนช่องทางที่เข้ารหัส และ SameSite=Lax เพื่อลดความเสี่ยงจากการปลอมคำขอข้ามเว็บไซต์
  • ไม่เก็บค่าอ้างอิงเซสชันแบบใช้งานได้จริง — ฐานข้อมูลเก็บเฉพาะค่าแฮชของค่าอ้างอิงเซสชัน ผู้ที่ได้ไฟล์ฐานข้อมูลหรือไฟล์สำรองข้อมูลไป จึงไม่สามารถนำค่าในนั้นไปสวมสิทธิ์เข้าสู่ระบบได้
  • ไม่มีรหัสผ่านในระบบ — การยืนยันตัวตนทำโดยผู้ให้บริการภายนอกทั้งหมด จึงไม่มีฐานข้อมูลรหัสผ่านให้ถูกโจมตี
  • ผู้ใช้ยกเลิกการเข้าถึงได้เอง — ผู้ใช้ดูรายการอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบอยู่ ยกเลิกรายอุปกรณ์ หรือออกจากระบบทุกอุปกรณ์พร้อมกันได้ทันที และมีผลภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที
  • การตรวจสอบความเป็นเจ้าของทุกครั้ง — การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ เช่น พื้นที่วิจัย ตรวจสอบทั้งรหัสรายการและรหัสเจ้าของพร้อมกันเสมอในระดับฐานข้อมูล
  • การจำกัดอัตราการเรียกใช้ — จำกัดจำนวนคำขอต่อหมายเลขไอพีต่อนาที เพื่อลดผลกระทบจากการใช้งานในลักษณะโจมตี
  • ล็อกที่ออกแบบให้ไม่มีข้อมูลอ่อนไหว — ล็อกของแอปพลิเคชันไม่บันทึกเนื้อหาคำขอ ไม่บันทึกคำถามและคำตอบของผู้ช่วย AI และบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไม่มีค่าอ้างอิงเซสชัน รหัสยืนยันสิทธิ์ หรือเลขประจำตัวประชาชน
  • การควบคุมการเข้าถึงไฟล์สำรองข้อมูล — ไฟล์สำรองถูกจำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ดูแลระบบเข้าถึงได้ และไม่มีการคัดลอกออกไปยังบริการภายนอก

อนึ่ง ไม่มีมาตรการทางเทคนิคใดที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ วช. จะทบทวนมาตรการเหล่านี้เป็นระยะและปรับปรุงตามความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป [ ต้องกรอก: รอบการทบทวนและผู้รับผิดชอบตามระเบียบภายในของ วช. ]

9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้ บางสิทธิท่านใช้ได้ด้วยตนเองในระบบทันที ส่วนที่เหลือติดต่อได้ตามช่องทางในข้อ 1

9.1 สิ่งที่ท่านทำได้ด้วยตนเองทันที

หน้าโปรไฟล์

/auth/profile

  • ดูข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ระบบเก็บเกี่ยวกับท่าน
  • ดูรายการบัญชีที่เชื่อมต่อและเลขประจำตัวประชาชนแบบปิดบัง
  • ยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีที่ไม่ต้องการใช้แล้ว

หน้าจัดการอุปกรณ์

/auth/sessions

  • ดูอุปกรณ์ทั้งหมดที่เข้าสู่ระบบอยู่ พร้อมเวลาและหมายเลขไอพี
  • ยกเลิกการเข้าสู่ระบบของอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง
  • ออกจากระบบทุกอุปกรณ์พร้อมกัน

ขอสำเนาข้อมูล

/auth/profile#rights

  • ดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดที่ระบบเก็บ เป็นไฟล์ JSON ที่อ่านได้ด้วยเครื่อง
  • รวมโปรไฟล์ บัญชีที่เชื่อมต่อ ประวัติอุปกรณ์ บันทึกเหตุการณ์ และพื้นที่วิจัย
  • ใช้สิทธิตาม ม.30 และ ม.31 ได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นคำขอ

ลบบัญชี

/auth/profile#rights

  • ลบบัญชี บัญชีที่เชื่อมต่อ และพื้นที่วิจัยทั้งหมดอย่างถาวร
  • บันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยจะถูกลบข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออก แต่คงโครงเหตุการณ์ไว้
  • ไม่มีผลต่อบัญชี ThaID, NRIIS, Google หรือ Facebook ของท่าน

ข้อจำกัดที่ต้องแจ้ง: ระบบไม่ยอมให้ยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีสุดท้ายที่เหลืออยู่ เพราะจะทำให้ท่านเข้าสู่ระบบไม่ได้อีกและกลายเป็นการลบบัญชีโดยไม่ตั้งใจ การลบบัญชีทั้งหมดเป็นการดำเนินการแยกต่างหาก ซึ่งท่านทำได้เองที่หน้าโปรไฟล์เช่นกัน

9.2 สิทธิตามกฎหมายและวิธีใช้สิทธิ

สิทธิวิธีใช้สิทธิกับระบบนี้
สิทธิได้รับแจ้ง (ม.23)ประกาศฉบับนี้คือการแจ้ง และมีข้อความสรุปแสดงก่อนกดเข้าสู่ระบบทุกครั้ง
สิทธิเข้าถึงและขอรับสำเนา (ม.30)ดูได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ และดาวน์โหลดสำเนาฉบับเต็ม ซึ่งรวมบันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับท่าน ได้เองทันทีจากหน้าเดียวกัน
สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล (ม.31)ดาวน์โหลดได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ เป็นไฟล์ JSON ซึ่งเป็นรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่องและนำไปใช้ต่อได้
สิทธิคัดค้านการประมวลผล (ม.32)ยื่นคำขอตามช่องทางในข้อ 1 สำหรับการประมวลผลที่อาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่ระบุตัวตน (ม.33)ทั้งการยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีและการลบบัญชีทั้งหมด ท่านทำได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ โดยไม่ต้องยื่นคำขอ เมื่อบัญชีถูกลบ บัญชีที่เชื่อมต่อและพื้นที่วิจัยจะถูกลบตามไปด้วยทันที ส่วนบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยจะถูกลบข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออก (หมายเลขไอพีและข้อมูลอุปกรณ์) แต่คงชื่อเหตุการณ์และเวลาไว้ตามฐานประโยชน์ โดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะการลบทั้งหมดจะทำลายหลักฐานว่าเคยมีบัญชีนี้และเคยถูกเข้าถึง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่การตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยต้องใช้
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (ม.34)ยื่นคำขอตามช่องทางในข้อ 1 ระหว่างพิจารณา ท่านสามารถออกจากระบบทุกอุปกรณ์ได้เองที่ หน้าจัดการอุปกรณ์
สิทธิขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง (ม.35)ชื่อ นามสกุล อีเมล และหน่วยงานทั้งหมดมาจากผู้ให้บริการยืนยันตัวตน ไม่ได้พิมพ์เข้ามาในระบบนี้ การแก้ไขจึงต้องแก้ที่ต้นทาง (ThaID, NRIIS, Google หรือ Facebook) แล้วเข้าสู่ระบบใหม่อีกครั้ง ระบบจะปรับข้อมูลให้ตรงกับต้นทางโดยอัตโนมัติในการเข้าสู่ระบบครั้งถัดไป
สิทธิถอนความยินยอม (ม.19)ปัจจุบันระบบไม่ได้อาศัยฐานความยินยอม (ดูข้อ 4) หากในอนาคตมีการขอความยินยอม ท่านจะถอนได้ตลอดเวลาผ่านช่องทางเดียวกับที่ให้ความยินยอม

วช. จะดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และอาจขอเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอก่อนดำเนินการ [ ต้องกรอก: แบบฟอร์มหรือช่องทางออนไลน์สำหรับยื่นคำขอใช้สิทธิ (ถ้ามี) ]

10. การร้องเรียน

หากท่านเห็นว่า วช. หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ วช. ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรา 73 ผ่าน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

ทั้งนี้ วช. ขอเรียนเชิญให้ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ วช. ตามข้อ 1 ก่อน เพื่อให้มีโอกาสตรวจสอบและแก้ไขให้ท่านโดยเร็วที่สุด

ที่อยู่ สคส.
[ ต้องกรอก: ที่อยู่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ]
โทรศัพท์ สคส.
[ ต้องกรอก: หมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ]
เว็บไซต์ / อีเมล สคส.
[ ต้องกรอก: ที่อยู่เว็บไซต์และอีเมลสำหรับการร้องเรียน ]

11. วันที่มีผลบังคับใช้และการแก้ไขเพิ่มเติม

ฉบับที่
[ ต้องกรอก: เลขที่ฉบับ / เลขที่ประกาศของ วช. ]
วันที่ประกาศ
[ ต้องกรอก: วันที่ประกาศใช้ ]
วันที่มีผลบังคับใช้
[ ต้องกรอก: วันที่มีผลบังคับใช้ ]
วันที่ปรับปรุงล่าสุด
[ ต้องกรอก: วันที่ปรับปรุงล่าสุด ]

วช. อาจแก้ไขเพิ่มเติมประกาศฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบหรือของกฎหมาย โดยจะเผยแพร่ฉบับที่แก้ไขไว้ที่หน้านี้พร้อมระบุวันที่ปรับปรุง หากเป็นการแก้ไขในสาระสำคัญ เช่น การเพิ่มวัตถุประสงค์ใหม่ หรือการเพิ่มผู้รับข้อมูลรายใหม่ในต่างประเทศ จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนมีผลบังคับใช้ ฉบับที่ปรากฏบนหน้านี้ถือเป็นฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน