เอกสารฉบับร่าง — ยังไม่ใช่ประกาศที่มีผลบังคับใช้
ฉบับร่างร่างนี้จัดทำขึ้นจากการตรวจสอบการทำงานจริงของระบบทีละส่วน เพื่อให้ข้อเท็จจริงถูกต้องก่อนเป็นอันดับแรก ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ก่อนเผยแพร่เป็นประกาศอย่างเป็นทางการ
ข้อความที่แสดงเป็นกรอบสีเหลืองในลักษณะ [ ต้องกรอก: ตัวอย่างช่องที่ต้องกรอก ] คือค่าที่ยังไม่ทราบและ ต้องกรอกโดย วช. เท่านั้น ผู้จัดทำร่างไม่ได้ใส่ค่าสมมติไว้ในช่องเหล่านี้โดยเจตนา
ประกาศความเป็นส่วนตัว
คลังข้อมูลการวิจัยแห่งชาติ (TNRR AI Portal) ดำเนินการโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ประกาศฉบับนี้อธิบายว่าระบบเก็บข้อมูลอะไรจากท่าน ด้วยเหตุใด เก็บไว้นานเท่าใด ส่งต่อให้ใครบ้าง และท่านมีสิทธิอะไรบ้าง โดยระบุตามการทำงานจริงของระบบ ไม่ใช่ตามแบบแผนทั่วไป
1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางติดต่อ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับระบบคลังข้อมูลการวิจัยแห่งชาติ (TNRR AI Portal) คือ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หรือ National Research Council of Thailand (NRCT)
- ที่อยู่
- [ ต้องกรอก: ที่อยู่ตามทะเบียนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ]
- โทรศัพท์
- [ ต้องกรอก: หมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ]
- อีเมล
- [ ต้องกรอก: อีเมลกลางของหน่วยงานสำหรับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ]
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
- ชื่อ / ตำแหน่ง
- [ ต้องกรอก: ชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ วช. ]
- อีเมล
- [ ต้องกรอก: อีเมลของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ]
- โทรศัพท์
- [ ต้องกรอก: หมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ]
ขอบเขตของประกาศฉบับนี้
ประกาศฉบับนี้ใช้กับระบบ TNRR AI Portal ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์ tnrr-ai.opend.cloud ซึ่งเป็นโดเมนถาวรของระบบ และ tnrr-ai.biggo-analytics.dev ซึ่งเป็นโดเมนในระยะนำร่องที่ยังใช้งานได้อยู่ในขณะนี้ ประกาศฉบับนี้ไม่ครอบคลุมเว็บไซต์หรือระบบอื่นของ วช. และไม่ครอบคลุมระบบของผู้ให้บริการ ยืนยันตัวตนที่ผู้ใช้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละรายมีนโยบายของตนเอง
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานและผู้พัฒนาระบบที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของ วช.): [ ต้องกรอก: ชื่อนิติบุคคลและเลขที่สัญญา/ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล ]
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
ระบบนี้ไม่มีการสมัครสมาชิกด้วยตนเองและไม่มีการเก็บรหัสผ่านใด ๆ ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบทั้งหมดได้รับมาจากผู้ให้บริการยืนยันตัวตนที่ผู้ใช้เลือกเอง ณ ขณะเข้าสู่ระบบ
ข้อเท็จจริงที่ใช้กับทุกช่องทาง: นอกจากฟิลด์ที่ระบุในตารางแล้ว ระบบยังเก็บชุดข้อมูลดิบทั้งหมดที่ผู้ให้บริการส่งกลับมาในการเข้าสู่ระบบแต่ละครั้งไว้ด้วย เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าข้อมูลที่ระบบมีนั้นมาจากไหน และเพื่อรองรับกรณีที่ผู้ให้บริการเพิ่มหรือเปลี่ยนชื่อฟิลด์ ชุดข้อมูลดิบนี้จะถูกเขียนทับใหม่ทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบ และ เลขประจำตัวประชาชนถูกลบออกจากชุดข้อมูลดิบก่อนบันทึกเสมอ (ดูข้อ 3)
2.1 ข้อมูลที่ได้รับจากแต่ละช่องทางเข้าสู่ระบบ
ผู้ใช้เลือกช่องทางเดียวหรือหลายช่องทางก็ได้ ระบบแสดงเฉพาะช่องทางที่ผู้ดูแลระบบตั้งค่าไว้จริงเท่านั้น ช่องทางที่ไม่ได้ตั้งค่าจะไม่ปรากฏและใช้ไม่ได้
ก. NRIIS — ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (วช.)
ยืนยันตัวตนภาครัฐ · ข้อมูลอยู่ในประเทศไทยขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid profile email read
| ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมา | ระบบเก็บเป็นอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| sub (หรือ username) | รหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่งผู้ให้บริการ | ใช้จับคู่ว่าเป็นบัญชีเดิม ไม่เคยถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์ |
| อีเมลของบัญชี | หากอีเมลนั้นถูกใช้โดยบัญชีอื่นในระบบอยู่แล้ว ระบบจะไม่เขียนทับและปล่อยว่างไว้ | |
| name | ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ | — |
| prefix_name | คำนำหน้าชื่อ | — |
| first_name_th / fisrt_name_th | ชื่อ (ภาษาไทย) | — |
| last_name_th | นามสกุล (ภาษาไทย) | — |
| first_name_en / fisrt_name_en | ชื่อ (ภาษาอังกฤษ) | — |
| last_name_en | นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) | — |
| org_id, org_name | รหัสและชื่อหน่วยงานต้นสังกัด | — |
| groups | รายการกลุ่ม (เก็บเฉพาะรหัสและชื่อ) | แสดงผลอย่างเดียว ไม่มีส่วนใดของระบบใช้ค่านี้ตัดสินสิทธิ์การเข้าถึง |
| national_id (13 หลักเต็ม) | ไม่จัดเก็บ | ใช้คำนวณค่าแฮชและเลขปิดบังในหน่วยความจำแล้วทิ้ง — ดูข้อ 3 |
| national_id_masked | เลขประจำตัวประชาชนแบบปิดบัง | — |
ข. ThaID — การพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล (กรมการปกครอง)
ยืนยันตัวตนภาครัฐ · ข้อมูลอยู่ในประเทศไทยขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid pid title given_name family_name name given_name_en family_name_en
| ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมา | ระบบเก็บเป็นอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| sub | รหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่งผู้ให้บริการ | ไม่เคยถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์ |
| pid (เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก) | ไม่จัดเก็บ | ใช้คำนวณค่าแฮชและเลขปิดบังในหน่วยความจำแล้วทิ้ง — ดูข้อ 3 |
| title | คำนำหน้าชื่อ | — |
| given_name / family_name | ชื่อ-นามสกุล (ภาษาไทย) | — |
| given_name_en / family_name_en | ชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) | — |
| name | ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ | หากไม่ส่งมา ระบบประกอบขึ้นจากชื่อและนามสกุล |
| (อีเมล) | ไม่มี | ThaID ไม่ได้ให้บริการอีเมล ระบบจึงไม่มีอีเมลจากช่องทางนี้และไม่ได้ร้องขอ |
| (วันเดือนปีเกิด) | ไม่ร้องขอ / ไม่ได้รับ | ถอดออกจากรายการสิทธิ์ที่ขอโดยเจตนา เพราะไม่มีส่วนใดของระบบใช้งาน |
การเชื่อมข้อมูลกับ NRIIS: ระบบมีความสามารถเสริม (ปิดไว้เป็นค่าตั้งต้น) ที่จะนำผลการยืนยันตัวตนจาก ThaID ไปขอข้อมูลโปรไฟล์จาก NRIIS ต่อ เพื่อให้ผู้ที่เข้าสู่ระบบด้วย ThaID ได้ข้อมูลหน่วยงานต้นสังกัดและอีเมลของตนมาด้วย หากเปิดใช้ความสามารถนี้ ข้อมูลจะถูกส่งระหว่างระบบของกรมการปกครองและของ วช. เท่านั้น ทั้งสองแห่งอยู่ในประเทศไทย จึงไม่ถือเป็นการส่งข้อมูลออกนอกราชอาณาจักร
ค. Google
ช่องทางทางเลือก · ผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid email profile
| ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมา | ระบบเก็บเป็นอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| sub | รหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่ง Google | ไม่เคยถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์ |
| อีเมลของบัญชี | หาก Google ระบุว่าอีเมลยังไม่ได้รับการยืนยัน ระบบจะไม่บันทึกอีเมลนั้น | |
| name | ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ | — |
| given_name / family_name | ชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) | — |
| picture | ที่อยู่ (URL) ของรูปโปรไฟล์ | เก็บเฉพาะที่อยู่ของรูป ไม่ได้เก็บไฟล์ภาพ — ดูผลที่ตามมาในข้อ 6.4 |
| (เลขประจำตัวประชาชน) | ไม่มี | ช่องทางนี้ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ |
ง. Facebook
ช่องทางทางเลือก · ผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: public_profile email
| ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมา | ระบบเก็บเป็นอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| id | รหัสอ้างอิงผู้ใช้เฉพาะแอปนี้ | เป็นรหัสที่ใช้ได้กับแอปนี้เท่านั้น และไม่เคยถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์ |
| name | ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ | — |
| อีเมลของบัญชี (เมื่อได้รับ) | Facebook อาจไม่ส่งอีเมลมาจนกว่าแอปจะได้รับสิทธิ์ระดับ Advanced Access | |
| picture | ที่อยู่ (URL) ของรูปโปรไฟล์ | เก็บเฉพาะที่อยู่ของรูป ไม่ได้เก็บไฟล์ภาพ — ดูผลที่ตามมาในข้อ 6.4 |
| (เลขประจำตัวประชาชน) | ไม่มี | ช่องทางนี้ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ |
ระบบไม่รวมบัญชีให้อัตโนมัติ แม้อีเมลจะตรงกัน การเข้าสู่ระบบด้วยสองช่องทางจะได้บัญชีสองบัญชี เว้นแต่ผู้ใช้จะกดผูกบัญชีเข้าด้วยกันเองขณะที่เข้าสู่ระบบอยู่ ข้อยกเว้นเดียวคือการจับคู่ด้วยค่าแฮชของเลขประจำตัวประชาชนระหว่าง ThaID กับ NRIIS ตามข้อ 3
2.2 ข้อมูลที่ระบบสร้างขึ้นเองจากการใช้งาน
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ข้อมูลเซสชัน | รหัสเซสชัน, บัญชีที่เป็นเจ้าของ, ช่องทางที่ใช้เข้าสู่ระบบ, เวลาที่สร้าง, เวลาที่ใช้งานล่าสุด, เวลาหมดอายุ, เวลาและเหตุผลที่ถูกยกเลิก |
| หมายเลขไอพี | บันทึกเฉพาะตอนเข้าสู่ระบบและในบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย เก็บเฉพาะหมายเลขแรกที่ปรากฏ หากรูปแบบไม่ถูกต้องจะเก็บเป็นค่าว่าง |
| ข้อมูลเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ (user-agent) | ข้อความที่เบราว์เซอร์ส่งมาบอกชนิดของตัวเองเอง ตัดเหลือไม่เกิน 400 ตัวอักษร ใช้เพื่อให้ผู้ใช้จำอุปกรณ์ของตนได้ในหน้าจัดการอุปกรณ์ ไม่ใช่เพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรม |
| บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตน | เริ่มเข้าสู่ระบบ, เข้าสู่ระบบสำเร็จ, ถูกปฏิเสธ, เกิดข้อผิดพลาด, ผูกบัญชี, ยกเลิกการเชื่อมต่อ, ออกจากระบบ, ออกจากระบบทุกอุปกรณ์, ยกเลิกเซสชัน — พร้อมเวลา ช่องทาง หมายเลขไอพี และข้อมูลเบราว์เซอร์ |
| ค่าที่ใช้ระหว่างขั้นตอนเข้าสู่ระบบ | ค่าสุ่มสำหรับป้องกันการปลอมคำขอ เก็บไว้ชั่วคราวและลบทิ้งภายใน 1 ชั่วโมงหลังหมดอายุ ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในค่าดังกล่าว |
2.3 ข้อมูลที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง
- ชื่อและคำอธิบายของพื้นที่วิจัย (Workspace) และรายการงานวิจัยที่บันทึกไว้
- ข้อความที่พิมพ์ในช่องค้นหาและช่องสนทนากับผู้ช่วย AI — ไม่มีการบันทึกข้อความเหล่านี้ลงฐานข้อมูลของระบบ และล็อกของแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ไม่บันทึกทั้งคำถามและคำตอบ แต่โปรดอ่านข้อ 2.4 เรื่องล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่ต้องแจ้งให้ทราบ
2.4 ล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์
เว็บเซิร์ฟเวอร์ที่รับคำขอจากอินเทอร์เน็ตบันทึกที่อยู่ของหน้าที่ถูกเรียกไว้ในล็อกตามปกติของระบบ เนื่องจากคำค้นหาเดินทางไปกับที่อยู่ของหน้า ล็อกดังกล่าวจึงมีคำค้นหาของผู้ใช้อยู่ด้วยพร้อมกับหมายเลขไอพีที่เรียก ส่วนข้อความที่พิมพ์ในช่องสนทนากับผู้ช่วย AI ไม่ได้เดินทางไปกับที่อยู่ของหน้า จึงไม่ปรากฏในล็อกนี้ ล็อกถูกจำกัดด้วยขนาดและถูกทับด้วยของใหม่เมื่อเต็ม (ดูข้อ 7)
2.5 ข้อมูลที่ระบบไม่เก็บ
- เลขประจำตัวประชาชนแบบเต็ม 13 หลัก (ดูข้อ 3)
- รหัสผ่าน — ระบบไม่มีคอลัมน์สำหรับรหัสผ่านโดยเจตนา จึงไม่มีรหัสผ่านให้รั่วไหล
- วันเดือนปีเกิด — ถูกถอดออกจากรายการสิทธิ์ที่ขอจาก ThaID โดยเจตนา
- ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 เช่น ศาสนา เชื้อชาติ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวมิติ
- ข้อมูลการติดตามพฤติกรรมการใช้งานเพื่อการโฆษณาหรือการวิเคราะห์เชิงพาณิชย์ — ระบบไม่มี เครื่องมือวิเคราะห์ของบุคคลที่สาม ไม่มีพิกเซลติดตาม และไม่มีสคริปต์ของบุคคลที่สามใด ๆ
- การจัดกลุ่ม การให้คะแนน หรือการตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลต่อบุคคล — ข้อมูลกลุ่มที่ NRIIS ส่งมานั้นแสดงผลอย่างเดียว ไม่มีส่วนใดของระบบใช้ตัดสินสิทธิ์
3. เลขประจำตัวประชาชน
ระบบนี้ไม่จัดเก็บเลขประจำตัวประชาชนแบบเต็ม 13 หลัก ไม่ว่าที่ใดก็ตาม ทั้งในฐานข้อมูล ในล็อก ในบันทึกเหตุการณ์ และในไฟล์สำรองข้อมูล
3.1 ระบบได้รับเลขนี้จากที่ใด
มีเพียงสองช่องทางที่ส่งเลขประจำตัวประชาชนแบบเต็มมาให้ระบบ คือ ThaID (ฟิลด์ pid) และ NRIIS (ฟิลด์ national_id) ส่วน Google และ Facebook ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ เลขที่ได้รับจะอยู่ในหน่วยความจำของเซิร์ฟเวอร์เพียงช่วงสั้น ๆ ระหว่างการรับข้อมูลจากผู้ให้บริการกับการสร้างบัญชีเท่านั้น
3.2 สิ่งที่ถูกเก็บจริงมีเพียงสองอย่าง
| สิ่งที่เก็บ | รูปแบบ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| เลขแบบปิดบัง | แสดงเฉพาะ 5 หลักแรกและ 4 หลักท้าย เช่น 12345****0123 | แสดงให้เจ้าของบัญชีดูในหน้าโปรไฟล์ เพื่อให้ยืนยันได้เองว่าบัญชีผูกกับเลขของตน เป็นค่าเดียวที่เกี่ยวกับเลขประจำตัวประชาชนซึ่งถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์ |
| ค่าแฮชที่ย้อนกลับไม่ได้ | ค่าที่คำนวณด้วยอัลกอริทึม SHA-256 โดยผสมกับค่าลับเฉพาะระบบ ก่อนคำนวณ | ใช้เพื่อจุดประสงค์เดียว คือรู้ว่าผู้ที่เข้าสู่ระบบด้วย ThaID กับผู้ที่เข้าสู่ระบบด้วย NRIIS เป็นบุคคลเดียวกัน จึงไม่เกิดบัญชีซ้ำซ้อน ไม่ถูกใช้เพื่อการค้นหา จัดกลุ่ม หรือเชื่อมโยงกับระบบอื่นใด |
3.3 ทำไมต้องผสมค่าลับก่อนคำนวณค่าแฮช
เลขประจำตัวประชาชนมีจำนวนความเป็นไปได้จำกัดและมีหลักตรวจสอบกำกับ การคำนวณค่าแฮชจากเลขตรง ๆ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้ฐานข้อมูลไปสร้างตารางเทียบทุกความเป็นไปได้ แล้วย้อนหาเลขเดิมได้ ระบบจึงผสมค่าลับที่เก็บแยกจากฐานข้อมูล เข้าไปก่อนคำนวณเสมอ ทำให้ค่าแฮชในฐานข้อมูลไม่มีความหมายหากไม่มีค่าลับนั้น และหากค่าลับยังไม่ได้ตั้งค่าให้ยาวพอ ระบบจะไม่คำนวณและไม่บันทึกค่าแฮชเลย แทนที่จะบันทึกค่าที่อ่อนแอ
3.4 เลขเต็มไม่ถูกบันทึกที่ใด
- ไม่มีคอลัมน์ใดในฐานข้อมูลที่รับค่าเลขเต็ม
- ถูกลบออกจากชุดข้อมูลดิบที่ผู้ให้บริการส่งมา ก่อนที่ชุดข้อมูลนั้นจะถูกบันทึกลงฐานข้อมูล
- ไม่ปรากฏในล็อกของแอปพลิเคชันและไม่ปรากฏในบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
- ไม่เคยถูกส่งไปยังผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์ทั้งในและต่างประเทศ (ดูข้อ 6.3)
- เมื่อไม่ถูกบันทึกในฐานข้อมูล จึงไม่อยู่ในไฟล์สำรองข้อมูลรายคืนด้วยเช่นกัน
ข้อจำกัดที่ต้องแจ้งให้ทราบตามจริง: การลบเลขออกจากชุดข้อมูลดิบทำโดยอ้างอิงชื่อฟิลด์ที่ผู้ให้บริการใช้จริง คือ pid ของ ThaID และ national_id ของ NRIIS หากในอนาคตผู้ให้บริการเปลี่ยนไปส่งเลขดังกล่าวภายใต้ชื่อฟิลด์อื่น เลขนั้นอาจถูกบันทึกไปกับชุดข้อมูลดิบได้ วช. จะตรวจสอบข้อกำหนดทางเทคนิคของผู้ให้บริการทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง และแก้ไขโดยทันทีหากพบกรณีดังกล่าว
4. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
ระบบประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ต่อไปนี้เท่านั้น และจะไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
| วัตถุประสงค์ | ข้อมูลที่ใช้ | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| ยืนยันตัวตนผู้ใช้ และรักษาสถานะการเข้าสู่ระบบ | รหัสอ้างอิงจากผู้ให้บริการ, อีเมล, ชื่อที่ใช้แสดง, ข้อมูลเซสชัน | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(4) ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ วช. |
| จับคู่ว่าบัญชีที่เข้าสู่ระบบผ่าน ThaID กับผ่าน NRIIS เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดบัญชีซ้ำซ้อน | ค่าแฮชของเลขประจำตัวประชาชน (ดูข้อ 3) | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| ให้บริการพื้นที่วิจัยส่วนตัว (Workspace) และบันทึกงานวิจัยที่ผู้ใช้เลือก | รหัสเจ้าของ, ชื่อและคำอธิบายที่ผู้ใช้ตั้งเอง, รายการงานวิจัยที่บันทึก | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา |
| ให้บริการผู้ช่วยค้นคว้าด้วย AI (ค้นหา สรุป สนทนา สร้างรายงาน) | ข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์เอง และเนื้อหางานวิจัยจากคลังข้อมูลสาธารณะ | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(4) ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ |
| ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ตรวจสอบย้อนหลังเมื่อมีการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ผู้ใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเองได้ | บันทึกเหตุการณ์เข้าสู่ระบบ/ออกจากระบบ, หมายเลขไอพี, ข้อมูลเบราว์เซอร์ | ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| จำกัดอัตราการเรียกใช้บริการเพื่อป้องกันการใช้งานในลักษณะโจมตี | หมายเลขไอพี (เก็บในหน่วยความจำไม่เกิน 60 วินาที) | ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| บันทึกล็อกการทำงานของระบบ และสำรองข้อมูลเพื่อกู้คืนเมื่อเกิดความเสียหาย | ล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์และแอปพลิเคชัน, ไฟล์สำรองฐานข้อมูล | ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
ปัจจุบันระบบไม่ได้อาศัยฐานความยินยอม สำหรับกิจกรรมใดในตารางข้างต้น จึงไม่มีแถบขอความยินยอมคุกกี้ (ดูเหตุผลในข้อ 5) หากในอนาคตมีกิจกรรมที่ต้องขอความยินยอม จะดำเนินการขอแยกต่างหากอย่างชัดแจ้งและถอนได้ตลอดเวลา
การอ้างอิงฐานทางกฎหมายในตารางนี้จัดทำจากการวิเคราะห์การทำงานจริงของระบบ และ[ ต้องกรอก: ต้องได้รับการยืนยัน/ปรับแก้โดยฝ่ายกฎหมายและ DPO ของ วช. ก่อนเผยแพร่ ]
6. การเปิดเผยข้อมูลและการส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ
วช. ไม่ขาย ไม่แลกเปลี่ยน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ให้แก่บุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การเชื่อมต่อกับระบบภายนอกทั้งหมดมีเพียงเท่าที่ระบุในข้อนี้
6.1 ผู้ให้บริการยืนยันตัวตนในประเทศไทย
- NRIIS (วช.) — ระบบภายในประเทศ ให้บริการภายใต้โดเมนภาครัฐไทย
- ThaID (กรมการปกครอง) — ระบบภายในประเทศ ให้บริการภายใต้โดเมนภาครัฐไทย
ทั้งสองช่องทางนี้ไม่มีการส่งข้อมูลออกนอกราชอาณาจักร การประมวลผลข้อมูลของแต่ละหน่วยงานเป็นไปตามประกาศความเป็นส่วนตัวของหน่วยงานนั้นเอง
6.2 ผู้ให้บริการยืนยันตัวตนในต่างประเทศ (ช่องทางทางเลือก)
การเข้าสู่ระบบด้วย Google หรือ Facebook เป็นทางเลือก ผู้ใช้ที่ไม่ประสงค์ให้มีการติดต่อกับผู้ให้บริการต่างประเทศ สามารถเลือกใช้ ThaID หรือ NRIIS ซึ่งอยู่ในประเทศไทยแทนได้ทั้งหมด
- เมื่อผู้ใช้กดเลือกช่องทางเหล่านี้ เบราว์เซอร์จะถูกนำไปยังหน้าเข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการนั้นโดยตรง ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการทราบว่าผู้ใช้กำลังเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์นี้
- ข้อมูลที่ระบบส่งออกไปมีเพียงค่าที่จำเป็นตามมาตรฐาน OAuth/OpenID Connect ได้แก่ รหัสแอปพลิเคชัน ที่อยู่สำหรับส่งกลับ ขอบเขตสิทธิ์ที่ขอ และค่าสุ่มเพื่อความปลอดภัย ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นทิศทางขาเข้า ไม่ใช่ขาออก
- การประมวลผลของ Google และ Meta เป็นไปตามนโยบายของผู้ให้บริการแต่ละราย ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของ วช.
6.3 ผู้ช่วยค้นคว้าด้วยปัญญาประดิษฐ์
| ลำดับ | ผู้ให้บริการ | ที่ตั้งของการประมวลผล |
|---|---|---|
| ลำดับที่ 1 (ค่าตั้งต้น) | ThaiLLM | ในประเทศไทย |
| ลำดับที่ 2 (ใช้เมื่อลำดับที่ 1 ไม่สำเร็จ) | OpenRouter ซึ่งส่งต่อไปยัง Google Gemini หรือ DeepSeek | ต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา / สาธารณรัฐประชาชนจีน) |
การส่งออกนอกประเทศเกิดขึ้นเมื่อใด: เฉพาะกรณีที่ผู้ให้บริการในประเทศไม่ตอบสนอง ตอบช้าเกินกำหนด หรือปฏิเสธคำขอ ก่อนที่จะเริ่มส่งคำตอบกลับมา หากเริ่มส่งคำตอบแล้วเกิดข้อขัดข้องกลางคัน ระบบจะแจ้งข้อผิดพลาด ไม่มีการส่งคำถามเดิมออกไปต่างประเทศซ้ำโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ และหากผู้ดูแลระบบไม่ได้ตั้งค่าผู้ให้บริการ AI ไว้เลย บริการ AI จะปิดทั้งหมดโดยไม่มีการเชื่อมต่อออกไปที่ใด
สิ่งที่ถูกส่งไปยังผู้ให้บริการ AI
- ข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์เอง เช่น คำค้น (ไม่เกิน 500 ตัวอักษร) หรือข้อความสนทนา (ไม่เกิน 4,000 ตัวอักษรต่อข้อความ) พร้อมบทสนทนาก่อนหน้าไม่เกิน 6 รอบ
- ข้อมูลงานวิจัยจากคลังข้อมูลสาธารณะ ได้แก่ ชื่อเรื่อง หน่วยงาน ปี คำสำคัญ และบทคัดย่อไม่เกิน 3,000 ตัวอักษร รวมไม่เกิน 12 รายการต่อคำถาม
- คำสั่งตั้งต้นของระบบ ซึ่งเป็นข้อความคงที่ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล
สิ่งที่ไม่ถูกส่งไปโดยเด็ดขาด
- ชื่อ อีเมล รหัสผู้ใช้ หรือข้อมูลบัญชีใด ๆ
- เลขประจำตัวประชาชน ทั้งแบบเต็ม แบบปิดบัง และค่าแฮช
- คุกกี้ ค่าอ้างอิงเซสชัน และหมายเลขไอพีของผู้ใช้
บริการ AI ไม่มีการตรวจสอบตัวตนผู้เรียกใช้เลย ระบบจึงไม่ทราบด้วยซ้ำว่าผู้ถามเป็นใคร และคำขอถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ของระบบ ผู้ให้บริการปลายทางจึงไม่เห็นหมายเลขไอพีของผู้ใช้
ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้: ข้อความที่ท่านพิมพ์เองคือสิ่งที่ถูกส่งไปยังโมเดล ดังนั้น โปรดหลีกเลี่ยงการพิมพ์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือของผู้อื่น ข้อมูลลับ หรือข้อมูลที่ยังไม่เผยแพร่ ลงในช่องค้นหาและช่องสนทนา
นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลและการนำข้อมูลไปฝึกสอนโมเดลของผู้ให้บริการต่างประเทศเป็นเรื่องของผู้ให้บริการนั้น อยู่นอกระบบของ วช. — [ ต้องกรอก: ผลการตรวจสอบนโยบาย และเลขที่ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) กับผู้ให้บริการ AI ต่างประเทศ ]
6.4 การเรียกข้อมูลจากภายนอกโดยเบราว์เซอร์ของผู้ใช้
หากผู้ใช้เข้าสู่ระบบด้วย Google หรือ Facebook และผู้ให้บริการส่งที่อยู่รูปโปรไฟล์มาด้วย หน้าโปรไฟล์จะแสดงรูปนั้นโดยเรียกจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการโดยตรง ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการรายนั้น เห็นหมายเลขไอพีของผู้ใช้ทุกครั้งที่เปิดหน้าโปรไฟล์ นี่เป็นการเรียกข้อมูลจากภายนอกเพียงรายการเดียวที่เกิดขึ้นในการใช้งานปกติ ผู้ใช้ที่ไม่ประสงค์ให้เกิดกรณีนี้สามารถยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีดังกล่าวได้ที่หน้าโปรไฟล์
6.5 การเปิดเผยตามกฎหมาย
วช. อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยจะเปิดเผยเพียงเท่าที่จำเป็นตามคำสั่งนั้น
7. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล
| ประเภทข้อมูล | ระยะเวลา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ข้อมูลบัญชีผู้ใช้และบัญชีที่เชื่อมต่อ (ชื่อ อีเมล หน่วยงาน เลขปิดบัง ค่าแฮช) | ตลอดระยะเวลาที่บัญชียังใช้งานอยู่ | เมื่อบัญชีถูกลบ ข้อมูลบัญชีที่เชื่อมต่อและ Workspace จะถูกลบตามไปด้วย ท่านลบบัญชีได้เองที่หน้าโปรไฟล์ (ดูข้อ 9) |
| เซสชันการเข้าสู่ระบบ | อายุ 14 วัน แล้วลบทิ้งอีก 30 วันหลังหมดอายุ | การเก็บต่ออีก 30 วันเป็นเจตนา เพื่อให้ตอบคำถามได้ว่าอุปกรณ์ใดออกจากระบบเมื่อใด |
| ข้อมูลเซสชันที่พักไว้ในหน่วยความจำเพื่อความเร็ว | ไม่เกิน 30 วินาที | ไม่มีการเขียนลงดิสก์ และหายทั้งหมดเมื่อบริการรีสตาร์ต |
| หมายเลขไอพีที่ตัวจำกัดอัตราการเรียกใช้บริการเก็บไว้ | ไม่เกิน 60 วินาที | อยู่ในหน่วยความจำของกระบวนการเท่านั้น ไม่เขียนลงดิสก์ |
| บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตน (audit trail) | เก็บไว้โดยไม่มีกำหนดลบอัตโนมัติ | เป็นเจตนาเพื่อการตรวจสอบย้อนหลังด้านความปลอดภัย เมื่อบัญชีถูกลบ ระบบจะลบหมายเลขไอพี ข้อมูลเบราว์เซอร์ และรายละเอียดของเหตุการณ์ออก โดยคงไว้เพียงว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นเมื่อใด ดูข้อ 9 สำหรับการใช้สิทธิ |
| ล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์และแอปพลิเคชัน | จำกัดด้วยขนาดประมาณ 250 MB ต่อบริการ แล้วทับของเก่า | ไม่มีการกำหนดอายุเป็นจำนวนวัน ระยะเวลาจริงจึงขึ้นกับปริมาณการใช้งาน |
| ไฟล์สำรองข้อมูล (สำรองทุกวัน เวลาประมาณ 09:15 น. ตามเวลาประเทศไทย) | 14 วัน | เก็บบนเครื่องแม่ข่ายเดียวกัน จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะผู้ดูแลระบบ และไม่มีการคัดลอกออกไปยังผู้ให้บริการภายนอก |
ข้อจำกัดที่ต้องแจ้งให้ทราบตามจริง: การลบเซสชันที่หมดอายุทำงานเมื่อบริการเริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่ตามตารางเวลา หากบริการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ได้เริ่มต้นใหม่ การลบข้อมูลตามรอบอาจล่าช้ากว่าที่ระบุในตาราง นอกจากนี้บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตนยังไม่มีกำหนดลบอัตโนมัติ โดยเป็นเจตนาเพื่อให้ตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยย้อนหลังได้ [ ต้องกรอก: ระยะเวลาเก็บรักษาบันทึกเหตุการณ์ที่ วช. กำหนดเป็นนโยบาย ]
8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ระบบมีมาตรการเชิงเทคนิคดังต่อไปนี้ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำงานอยู่จริงในระบบ ไม่ใช่ข้อความแสดงเจตนา
- การเข้ารหัสระหว่างทาง — การเข้าถึงบริการผ่านชื่อโดเมนของระบบใช้โพรโทคอล HTTPS และมีเพียงเว็บเซิร์ฟเวอร์ตัวหน้าเท่านั้นที่เปิดรับคำขอจากภายนอก ฐานข้อมูล หน่วยความจำแคช และบริการเบื้องหลังทั้งหมดไม่เปิดรับการเชื่อมต่อจากภายนอกเครื่อง คุกกี้เซสชันตั้งค่า Secure จึงไม่ถูกส่งบนช่องทางที่ไม่ได้เข้ารหัสไม่ว่ากรณีใด [ ต้องกรอก: ยืนยันว่าได้ปิดช่องทางเข้าถึงด้วยหมายเลขไอพีแบบ HTTP หรือบังคับเปลี่ยนเส้นทางไปยัง HTTPS แล้วก่อนเปิดให้บริการจริง ]
- คุกกี้เซสชันที่ป้องกันการโจรกรรม — ตั้งค่า HttpOnly จึงอ่านด้วยสคริปต์ในหน้าเว็บไม่ได้, Secure จึงส่งเฉพาะบนช่องทางที่เข้ารหัส และ SameSite=Lax เพื่อลดความเสี่ยงจากการปลอมคำขอข้ามเว็บไซต์
- ไม่เก็บค่าอ้างอิงเซสชันแบบใช้งานได้จริง — ฐานข้อมูลเก็บเฉพาะค่าแฮชของค่าอ้างอิงเซสชัน ผู้ที่ได้ไฟล์ฐานข้อมูลหรือไฟล์สำรองข้อมูลไป จึงไม่สามารถนำค่าในนั้นไปสวมสิทธิ์เข้าสู่ระบบได้
- ไม่มีรหัสผ่านในระบบ — การยืนยันตัวตนทำโดยผู้ให้บริการภายนอกทั้งหมด จึงไม่มีฐานข้อมูลรหัสผ่านให้ถูกโจมตี
- ผู้ใช้ยกเลิกการเข้าถึงได้เอง — ผู้ใช้ดูรายการอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบอยู่ ยกเลิกรายอุปกรณ์ หรือออกจากระบบทุกอุปกรณ์พร้อมกันได้ทันที และมีผลภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที
- การตรวจสอบความเป็นเจ้าของทุกครั้ง — การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ เช่น พื้นที่วิจัย ตรวจสอบทั้งรหัสรายการและรหัสเจ้าของพร้อมกันเสมอในระดับฐานข้อมูล
- การจำกัดอัตราการเรียกใช้ — จำกัดจำนวนคำขอต่อหมายเลขไอพีต่อนาที เพื่อลดผลกระทบจากการใช้งานในลักษณะโจมตี
- ล็อกที่ออกแบบให้ไม่มีข้อมูลอ่อนไหว — ล็อกของแอปพลิเคชันไม่บันทึกเนื้อหาคำขอ ไม่บันทึกคำถามและคำตอบของผู้ช่วย AI และบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไม่มีค่าอ้างอิงเซสชัน รหัสยืนยันสิทธิ์ หรือเลขประจำตัวประชาชน
- การควบคุมการเข้าถึงไฟล์สำรองข้อมูล — ไฟล์สำรองถูกจำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ดูแลระบบเข้าถึงได้ และไม่มีการคัดลอกออกไปยังบริการภายนอก
อนึ่ง ไม่มีมาตรการทางเทคนิคใดที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ วช. จะทบทวนมาตรการเหล่านี้เป็นระยะและปรับปรุงตามความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป [ ต้องกรอก: รอบการทบทวนและผู้รับผิดชอบตามระเบียบภายในของ วช. ]
9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้ บางสิทธิท่านใช้ได้ด้วยตนเองในระบบทันที ส่วนที่เหลือติดต่อได้ตามช่องทางในข้อ 1
9.1 สิ่งที่ท่านทำได้ด้วยตนเองทันที
หน้าโปรไฟล์
/auth/profile
- ดูข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ระบบเก็บเกี่ยวกับท่าน
- ดูรายการบัญชีที่เชื่อมต่อและเลขประจำตัวประชาชนแบบปิดบัง
- ยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีที่ไม่ต้องการใช้แล้ว
หน้าจัดการอุปกรณ์
/auth/sessions
- ดูอุปกรณ์ทั้งหมดที่เข้าสู่ระบบอยู่ พร้อมเวลาและหมายเลขไอพี
- ยกเลิกการเข้าสู่ระบบของอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง
- ออกจากระบบทุกอุปกรณ์พร้อมกัน
ขอสำเนาข้อมูล
/auth/profile#rights
- ดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดที่ระบบเก็บ เป็นไฟล์ JSON ที่อ่านได้ด้วยเครื่อง
- รวมโปรไฟล์ บัญชีที่เชื่อมต่อ ประวัติอุปกรณ์ บันทึกเหตุการณ์ และพื้นที่วิจัย
- ใช้สิทธิตาม ม.30 และ ม.31 ได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นคำขอ
ลบบัญชี
/auth/profile#rights
- ลบบัญชี บัญชีที่เชื่อมต่อ และพื้นที่วิจัยทั้งหมดอย่างถาวร
- บันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยจะถูกลบข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออก แต่คงโครงเหตุการณ์ไว้
- ไม่มีผลต่อบัญชี ThaID, NRIIS, Google หรือ Facebook ของท่าน
ข้อจำกัดที่ต้องแจ้ง: ระบบไม่ยอมให้ยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีสุดท้ายที่เหลืออยู่ เพราะจะทำให้ท่านเข้าสู่ระบบไม่ได้อีกและกลายเป็นการลบบัญชีโดยไม่ตั้งใจ การลบบัญชีทั้งหมดเป็นการดำเนินการแยกต่างหาก ซึ่งท่านทำได้เองที่หน้าโปรไฟล์เช่นกัน
9.2 สิทธิตามกฎหมายและวิธีใช้สิทธิ
| สิทธิ | วิธีใช้สิทธิกับระบบนี้ |
|---|---|
| สิทธิได้รับแจ้ง (ม.23) | ประกาศฉบับนี้คือการแจ้ง และมีข้อความสรุปแสดงก่อนกดเข้าสู่ระบบทุกครั้ง |
| สิทธิเข้าถึงและขอรับสำเนา (ม.30) | ดูได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ และดาวน์โหลดสำเนาฉบับเต็ม ซึ่งรวมบันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับท่าน ได้เองทันทีจากหน้าเดียวกัน |
| สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล (ม.31) | ดาวน์โหลดได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ เป็นไฟล์ JSON ซึ่งเป็นรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่องและนำไปใช้ต่อได้ |
| สิทธิคัดค้านการประมวลผล (ม.32) | ยื่นคำขอตามช่องทางในข้อ 1 สำหรับการประมวลผลที่อาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย |
| สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่ระบุตัวตน (ม.33) | ทั้งการยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีและการลบบัญชีทั้งหมด ท่านทำได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ โดยไม่ต้องยื่นคำขอ เมื่อบัญชีถูกลบ บัญชีที่เชื่อมต่อและพื้นที่วิจัยจะถูกลบตามไปด้วยทันที ส่วนบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยจะถูกลบข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออก (หมายเลขไอพีและข้อมูลอุปกรณ์) แต่คงชื่อเหตุการณ์และเวลาไว้ตามฐานประโยชน์ โดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะการลบทั้งหมดจะทำลายหลักฐานว่าเคยมีบัญชีนี้และเคยถูกเข้าถึง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่การตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยต้องใช้ |
| สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (ม.34) | ยื่นคำขอตามช่องทางในข้อ 1 ระหว่างพิจารณา ท่านสามารถออกจากระบบทุกอุปกรณ์ได้เองที่ หน้าจัดการอุปกรณ์ |
| สิทธิขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง (ม.35) | ชื่อ นามสกุล อีเมล และหน่วยงานทั้งหมดมาจากผู้ให้บริการยืนยันตัวตน ไม่ได้พิมพ์เข้ามาในระบบนี้ การแก้ไขจึงต้องแก้ที่ต้นทาง (ThaID, NRIIS, Google หรือ Facebook) แล้วเข้าสู่ระบบใหม่อีกครั้ง ระบบจะปรับข้อมูลให้ตรงกับต้นทางโดยอัตโนมัติในการเข้าสู่ระบบครั้งถัดไป |
| สิทธิถอนความยินยอม (ม.19) | ปัจจุบันระบบไม่ได้อาศัยฐานความยินยอม (ดูข้อ 4) หากในอนาคตมีการขอความยินยอม ท่านจะถอนได้ตลอดเวลาผ่านช่องทางเดียวกับที่ให้ความยินยอม |
วช. จะดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และอาจขอเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอก่อนดำเนินการ [ ต้องกรอก: แบบฟอร์มหรือช่องทางออนไลน์สำหรับยื่นคำขอใช้สิทธิ (ถ้ามี) ]
10. การร้องเรียน
หากท่านเห็นว่า วช. หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ วช. ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรา 73 ผ่าน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
ทั้งนี้ วช. ขอเรียนเชิญให้ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ วช. ตามข้อ 1 ก่อน เพื่อให้มีโอกาสตรวจสอบและแก้ไขให้ท่านโดยเร็วที่สุด
- ที่อยู่ สคส.
- [ ต้องกรอก: ที่อยู่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ]
- โทรศัพท์ สคส.
- [ ต้องกรอก: หมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ]
- เว็บไซต์ / อีเมล สคส.
- [ ต้องกรอก: ที่อยู่เว็บไซต์และอีเมลสำหรับการร้องเรียน ]
11. วันที่มีผลบังคับใช้และการแก้ไขเพิ่มเติม
- ฉบับที่
- [ ต้องกรอก: เลขที่ฉบับ / เลขที่ประกาศของ วช. ]
- วันที่ประกาศ
- [ ต้องกรอก: วันที่ประกาศใช้ ]
- วันที่มีผลบังคับใช้
- [ ต้องกรอก: วันที่มีผลบังคับใช้ ]
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด
- [ ต้องกรอก: วันที่ปรับปรุงล่าสุด ]
วช. อาจแก้ไขเพิ่มเติมประกาศฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบหรือของกฎหมาย โดยจะเผยแพร่ฉบับที่แก้ไขไว้ที่หน้านี้พร้อมระบุวันที่ปรับปรุง หากเป็นการแก้ไขในสาระสำคัญ เช่น การเพิ่มวัตถุประสงค์ใหม่ หรือการเพิ่มผู้รับข้อมูลรายใหม่ในต่างประเทศ จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนมีผลบังคับใช้ ฉบับที่ปรากฏบนหน้านี้ถือเป็นฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน