Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

ผลของอัตราและระยะเวลาการใช้น้ำหมักชีวภาพกากยีสต์ ที่เหมาะสมเพื่อผลิตคะน้า

กัญญาพร สังข์แก้ว กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

จากการศึกษาผลของอัตราและระยะเวลาการใช้น้ำหมักชีวภาพกากยีสต์ที่เหมาะสมเพื่อผลิตคะน้า โดยศึกษาในกลุ่มชุดดินที่ 7 ชุดดินธวัชบุรี พบว่า ปัจจัยร่วมระหว่างการฉีดพ่นคะน้าด้วยน้ำหมักชีวภาพกากยีสต์ทุกๆ 10 วัน ด้วยอัตรา 1:200 ส่งผลต่อความสูงคะน้าที่อายุ 32 วัน (หลังปลูกลงดิน) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการฉีดพ่นทุกๆ 10 วัน มีความสูงเท่ากับ 42.70 เซนติเมตร และการฉีดพ่นในอัตรา 1:200 ทำให้ความสูงคะน้าเท่ากับ 43.18 เซนติเมตร เช่นเดียวกับความยาวใบ จำนวนใบคะน้า และน้ำหนักสดส่วนเหนือดินที่ได้รับน้ำหมักชีวภาพกากยีสต์ในอัตราดังกล่าวมีค่าสูงที่สุดเท่ากับ 24.08 เซนติเมตร 9.78 ใบ และ 185.33 กรัม/ต้น ตามลำดับ สำหรับปัจจัยร่วมระหว่างระยะเวลา และอัตราการฉีดพ่นไม่มีผลต่อผลผลิตของคะน้า แต่การฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพทุกๆ 10 วัน ส่งผลให้ผลผลิตต่อต้น และผลผลิตต่อไร่สูงสุดอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ เท่ากับ 181.12 กรัม/ต้น และ 4,636 กิโลกรัม/ไร่ ตามลำดับ

คำสำคัญ

s yeast)กากยีสต์ (Dried brewerrsquoคะน้า (kale)น้ำหมักชีวภาพ (bio-extract liquid)