Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

การศึกษาคุณสมบัติเชิงสมรรถนะของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย

ฉัตรชัย ศิริสัมพันธ์วงษ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติเชิงสมรรถนะของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต และการใช้งานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตในระบบเซลล์แสงอาทิตย์สาหรับประเทศไทย เพื่อให้เกิดสภาพการทางานที่มีประสิทธิภาพ จากการวิจัยสามารถสรุปได้ว่าเมื่อทาการคายประจุแบตเตอรี่ที่อุณหภูมิแวดล้อมเท่ากับ 30 องศาเซลเซียส จะมีประสิทธิภาพสูงสุด รองลงมาคือที่อุณหภูมิ 40 , 50 , 60 และ 20 องศาเซลเซียส ตามลาดับ ที่อุณหภูมิแวดล้อม 20 องศาเซลเซียส แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพในการทางานต่าที่สุด เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่าจะส่งผลทาให้การเกิดปฏิกิริยาภายในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ดีนัก ทาให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ต่า ในขณะเดียวกันหากอุณหภูมิแวดล้อมแบตเตอรี่สูง จะส่งผลทาให้แบตเตอรี่มีการเสื่อมสภาพเร็ว และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่อัตราการคายประจุเท่ากับ C 20 สูงกว่าสูงกว่าที่อัตราการคายประจุเท่ากับ C 10 และ C 6 ตามลาดับ จากการศึกษาคุณสมบัติเชิงสมรรถนะของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต พบว่าที่อุณหภูมิแวดล้อมแบตเตอรี่เท่ากับ 30 องศาเซลเซียส สามารถทาให้การใช้งานของแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งอุณหภูมิดังกล่าวเป็นอุณหภูมิใกล้เคียงอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตมีความเหมาะสมในการนามาใช้สาหรับประเทศไทย

คำสำคัญ

ระบบเซลล์แสงอาทิตย์คุณสมบัติเชิงสมรรถนะแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต