Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

ลักษณะน้ำเชื้อ องค์ประกอบทางไขมันและการเก็บรักษาน้ำเชื้อในเลียงผา (Capricornis sumatraensis)

นายอนุชัย ภิญโญภูมิมินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะของน้ำเชื้อ องค์ประกอบทางไขมันและ การเก็บรักษาน้ำเชื้อในเลียงผา (Capricornis sumatraensis) ทำการรีดเก็บน้ำเชื้อโดยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (electro-ejaculation) จากเลียงผาที่เลี้ยงในสวนสัตว์ จำนวน 6 ตัว อายุ 4 – 12 ปี ในการศึกษาที่ 1 เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำเชื้อและรูปร่างของอสุจิ พบว่า มีปริมาณน้ำเชื้อ 2.3 ? 0.8 ml ค่าความเป็นกรด-ด่าง 7.8 ? 0.4 ค่าออสโมลาลิตี้ 329.9 ? 32.9 mOsmol/kg ความเข้มข้นของอสุจิ 515.8 ? 263.1 x 106 cell/ml ค่าการเคลื่อนที่เป็นหมู่ของอสุจิ (1 – 5) 3.8 ? 0.5 อสุจิที่มีการเคลื่อนที่ 60.4 ? 22.0 % อสุจิที่มีชีวิต 68.3 ? 9.4 % และ อสุจิที่มีรูปร่างปกติ 70.8 ? 19.3 % ส่วนหัวของอสุจิมีขนาดดังนี้ ความยาว 5.99 ? 0.58 ?m ความกว้าง 4.32 ? 0.35 ?m สัดส่วนความยาว/ความกว้าง 71.67 ? 8.63 % พื้นที่หัว 19.77 ? 2.57 ?m2 และความยาวเส้นรอบหัว 17.90 ? 2.05 ?m ในการศึกษาที่ 2 เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางไขมันของน้ำเชื้อเลียงผา (ตัวอย่างน้ำเชื้อ 9 ตัวอย่างจากเลียงผา 6 ตัว) เทียบกับของน้ำเชื้อแพะ (ตัวอย่างน้ำเชื้อ 3 ตัวอย่างจากแพะ 3 ตัว) โดยใช้วิธี gas chromatography พบว่า ส่วนของกรดไขมันอิ่มตัว ทั้งในน้ำเชื้อเลียงผาและแพะ ส่วนใหญ่เป็นกรดพาลมิติก (C16) โดยมีสัดส่วน 37.0 – 59.1 % และ 30.9 – 52.7 % ตามลำดับ และส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีสัดส่วน 31.9 – 53.8 % ในเลียงผา และ 16.0 – 55.9 % ในแพะ ในการศึกษาที่ 3 เพื่อประเมินการเคลื่อนที่และการมีชีวิตของอสุจิหลังการเก็บรักษาน้ำเชื้อแบบแช่เย็นและแบบแช่แข็ง โดยเก็บรักษาแบบมีและไม่มีส่วนของเซมินอลพลาสม่า ใช้ tris–egg yolk ที่เติม trehalose และ sodium dodecyl sulphate เป็นสารเจือจางน้ำเชื้อ การเก็บรักษาน้ำเชื้อแบบแช่เย็น ทำโดยเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 14 C เป็นเวลา 5 วัน พบว่าในกลุ่มน้ำเชื้อที่มีคุณภาพดี (มีอสุจิที่เคลื่อนที่ >70 %)สามารถเก็บรักษาให้มีอสุจิที่เคลื่อนที่ได้มากกว่า 30 % เป็นเวลา 4 วัน ทั้งในแบบมีและไม่มีส่วนของเซมินอล พลาสม่า การเก็บรักษาน้ำเชื้อแบบแช่แข็ง ทำโดยเติม glycerol 6 % ในสารเจือจางข้างต้น พบว่า หลังการอุ่นละลายน้ำเชื้อ มีอสุจิที่มีการเคลื่อนที่ 40 % และอสุจิที่มีชีวิต 64 % ซึ่งอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่พบความแตกต่าง (p>0.05) ระหว่างแบบมีและไม่มีส่วนของเซมินอลพลาสม่า การศึกษานี้เป็นข้อมูลพื้นฐานแสดงลักษณะน้ำเชื้อเลียงผา และการเก็บรักษาน้ำเชื้อทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็ง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการวางแผนการอนุรักษ์เลียงผาต่อไป การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะของน้ำเชื้อ องค์ประกอบทางไขมันและ การเก็บรักษาน้ำเชื้อในเลียงผา (Capricornis sumatraensis) ทำการรีดเก็บน้ำเชื้อโดยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (electro-ejaculation) จากเลียงผาที่เลี้ยงในสวนสัตว์ จำนวน 6 ตัว อายุ 4 – 12 ปี ในการศึกษาที่ 1 เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำเชื้อและรูปร่างของอสุจิ พบว่า มีปริมาณน้ำเชื้อ 2.3 ? 0.8 ml ค่าความเป็นกรด-ด่าง 7.8 ? 0.4 ค่าออสโมลาลิตี้ 329.9 ? 32.9 mOsmol/kg ความเข้มข้นของอสุจิ 515.8 ? 263.1 x 106 cell/ml ค่าการเคลื่อนที่เป็นหมู่ของอสุจิ (1 – 5) 3.8 ? 0.5 อสุจิที่มีการเคลื่อนที่ 60.4 ? 22.0 % อสุจิที่มีชีวิต 68.3 ? 9.4 % และ อสุจิที่มีรูปร่างปกติ 70.8 ? 19.3 % ส่วนหัวของอสุจิมีขนาดดังนี้ ความยาว 5.99 ? 0.58 ?m ความกว้าง 4.32 ? 0.35 ?m สัดส่วนความยาว/ความกว้าง 71.67 ? 8.63 % พื้นที่หัว 19.77 ? 2.57 ?m2 และความยาวเส้นรอบหัว 17.90 ? 2.05 ?m ในการศึกษาที่ 2 เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางไขมันของน้ำเชื้อเลียงผา (ตัวอย่างน้ำเชื้อ 9 ตัวอย่างจากเลียงผา 6 ตัว) เทียบกับของน้ำเชื้อแพะ (ตัวอย่างน้ำเชื้อ 3 ตัวอย่างจากแพะ 3 ตัว) โดยใช้วิธี gas chromatography พบว่า ส่วนของกรดไขมันอิ่มตัว ทั้งในน้ำเชื้อเลียงผาและแพะ ส่วนใหญ่เป็นกรดพาลมิติก (C16) โดยมีสัดส่วน 37.0 – 59.1 % และ 30.9 – 52.7 % ตามลำดับ และส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีสัดส่วน 31.9 – 53.8 % ในเลียงผา และ 16.0 – 55.9 % ในแพะ ในการศึกษาที่ 3 เพื่อประเมินการเคลื่อนที่และการมีชีวิตของอสุจิหลังการเก็บรักษาน้ำเชื้อแบบแช่เย็นและแบบแช่แข็ง โดยเก็บรักษาแบบมีและไม่มีส่วนของเซมินอลพลาสม่า ใช้ tris–egg yolk ที่เติม trehalose และ sodium dodecyl sulphate เป็นสารเจือจางน้ำเชื้อ การเก็บรักษาน้ำเชื้อแบบแช่เย็น ทำโดยเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 14 C เป็นเวลา 5 วัน พบว่าในกลุ่มน้ำเชื้อที่มีคุณภาพดี (มีอสุจิที่เคลื่อนที่ >70 %)สามารถเก็บรักษาให้มีอสุจิที่เคลื่อนที่ได้มากกว่า 30 % เป็นเวลา 4 วัน ทั้งในแบบมีและไม่มีส่วนของเซมินอล พลาสม่า การเก็บรักษาน้ำเชื้อแบบแช่แข็ง ทำโดยเติม glycerol 6 % ในสารเจือจางข้างต้น พบว่า หลังการอุ่นละลายน้ำเชื้อ มีอสุจิที่มีการเคลื่อนที่ 40 % และอสุจิที่มีชีวิต 64 % ซึ่งอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่พบความแตกต่าง (p>0.05) ระหว่างแบบมีและไม่มีส่วนของเซมินอลพลาสม่า การศึกษานี้เป็นข้อมูลพื้นฐานแสดงลักษณะน้ำเชื้อเลียงผา และการเก็บรักษาน้ำเชื้อทั้งแบบแช่เย็นและแช่แข็ง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการวางแผนการอนุรักษ์เลียงผาต่อไป

คำสำคัญ

cryopreservationSemenการแช่แข็งน้ำเชื้อLipid CompositionSerow Capricornis Sumatraensisเลียงผาองค์ประกอบทางไขมัน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ศึกษาผลของการเก็บรักษาคีโตเซอรอส (Chaetoceros sp.) และโรติเฟอร์ (Brachionus rotundiformis) ในรูปแบบเข้มข้นต่อการอนุบาลลูกสัตว์น้ำชายฝั่งเศรษฐกิจ

วุฒิชัย อ่อนเอี่ยม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การเก็บรักษาพันธุ์ไม้น้ำไส้ปลาไหล.

สุรีย์พร เย็นสุวรรณ กรมประมง พ.ศ. 2562

คุณค่าทางโภชนาการ องค์ประกอบทางเคมีของปลาตะกรับ Scatophagus argus (Linnaeus, 1766) ที่เลี้ยงและแหล่งธรรมชาติ

อรัญญา อัศวอารีย์ กรมประมง พ.ศ. 2563

ศึกษาการชักนำให้มีการสร้างหัวของต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อว่านนางคำ และว่านพญามือเหล็ก

ถกลวรรณ ศิริสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

ผลของความเค็มต่อการเจริญเติบโตและการรอดตายของของกั้งตั๊กแตน

ศราวุธ สังข์แก้ว ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสงขลา พ.ศ. 2560

การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวจิ้งหรีดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์พื้นฐานจากจิ้งหรีด

อนุชิตา มุ่งงาม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือและของเสียจากกระบวนผลิตปลาดุกร้า : การผลิตแก๊สชีวภาพจากน้ำเสีย

อษุา อ้นทอง มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2556

การเปลี่ยนแปลงทางจลศาสตร์ของคุณค่าทางโภชนาการ ปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ที่มีต่อระยะเวลาในการเพาะถั่วลิสงงอก (Arachis hypogaea L.)

ขวัญยืน เลี่ยมสำโรง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561

ศึกษาการใช้ประโยชน์จากบุหงานราเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งอาหารหยาบสำหรับสัตว์กระเพาะรวม

คู่ขวัญ จุลละนันทน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2554

ผลของการใช้ถั่วไมยราแห้งทดแทนอาหารข้นในสัดส่วนต่างๆกัน ต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตของโคบราห์มัน

นายสุทัศน์ สุนทรวัฒน์ กรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2552