อัตราส่วนที่เหมาะสมในการผลิตแท่งเชื้อเพลิงจากเหง้ามันสำปะหลัง แกลบ และขี้เลื่อยโดยวิธีพื้นผิวตอบสนอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการผลิตแท่งเชื้อเพลิงจากเหง้ามันสำปะหลัง แกลบ และขี้เลื่อย โดยวิธีพื้นที่ผิวตอบสนองแผนการทดลองแบบ Box Behnken Design มีปัจจัยที่ทำการศึกษา ได้แก่ ปริมาณเหง้ามันสำปะหลัง แกลบ ขี้เลื่อย และแป้งมันสำปะหลัง ผลการทดลองพบว่าเหง้ามันสำปะหลังและแกลบมีผลต่อค่าพลังงานความร้อน (p<0.05) ในขณะที่ขี้เลื่อยและแป้งมันสำปะหลังไม่มีผลต่อพลังงานความร้อนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อัตราส่วนที่เหมาะสมของแท่งเชื้อเพลิงซึ่งให้ค่าพลังงานความร้อนสูงสุดคือ เหง้ามันสำปะหลัง 90 แกลบ 10 ขี้เลื่อย 11.18 และแป้งมันสำปะหลัง 30 โดยให้พลังงานความร้อน 4530 แคลอรีต่อกรัม ทำการยืนยันข้อมูลจากแบบจำลองที่ระดับ สูง กลาง และต่ำ ผลที่ได้จากการทดสอบพบว่าค่าจาการทดลองและการทำนายผลใกล้เคียงกันแสดงให้เห็นว่าแบบจำลองมีความเที่ยงและยอมรับได้ ดังนั้นแผนการทดลองแบบ Box Behnken Design ในวิธีพื้นที่ผิวตอบสนองเป็นเทคนิคที่สามารถใช้ในการหาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการผลิตแท่งเชื้อเพลิงได้ โดยค่าพลังงานความร้อนจากการทำนายและการทดลองต่างกันเพียง 0.51 เปอร์เซ็นต์ ผลจาการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตแท่งเชื้อเพลิงจากเหง้ามันสำปะหลัง แกลบ และขี้เลื่อยได้โดยมีความผิดพลาดจากแบบจำลองน้อยที่สุด