การกำจัดสารอินทรีย์ธรรมชาติในระบบการผลิตน้ำประปาด้วยกระบวนการสร้างและรวมตะกอน กรณีศึกษาระบบประปาแหล่งน้ำผิวดินตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั งนี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการก้าจัดสารอินทรีย์ธรรมชาติด้วยกระบวนการสร้างและรวมตะกอนในระบบประปาแหล่งน้าผิวดินต้าบลทรายมูล อ้าเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยศึกษาชนิดและปริมาณสารสร้างตะกอน ค่าความเป็นกรด-ด่างของน้าผิวดิน และปริมาณการใช้สารรวมตะกอน จากการวิจัย พบว่า กระบวนการสร้างและรวมตะกอนกรณีไม่เติมปูนขาวร่วมกับการเติมอะลูมิเนียมซัลเฟต โพลีอะลูมิเนียมคลอไรด์ และเฟอร์ริกคลอไรด์ ปริมาณที่เหมาะสม คือ 40 mg/L 60 mg/L และ 20 mg/L ตามล้าดับ ซึ่งการใช้ อะลูมิเนียมซัลเฟต โพลีอะลูมิเนียมคลอไรด์ และเฟอร์ริกคลอไรด์จะท้าให้มีประสิทธิภาพการก้าจัดความขุ่นสูงกว่าการก้าจัดสารคาร์บอนอินทรีย์ละลายในน้าผิวดิน ซึ่งค่าความขุ่นที่ได้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้าของการประปาส่วนภูมิภาค (ไม่เกิน 4 NTU) และควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่างให้เหมาะสมอยู่ในช่วง pH 6-8 ส่วนการเติมโพลิเมอร์ชนิดไอออนลบจะมีผลให้ประสิทธิภาพการก้าจัดความขุ่นและสารคาร์บอนอินทรีย์ละลายเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และปริมาณที่เหมาะสม คือ 0.10 mg/L เพราะจะท้าให้ต้นทุนการก้าจัดความขุ่นและสารคาร์บอนอินทรีย์ละลายต่้าลง การใช้อะลูมิเนียมซัลเฟต 40 mg/L มีต้นทุนการบ้าบัดน้าต่้าที่สุดและง่ายต่อการใช้งาน คือ 0.1135 บาทต่อลูกบาศก์เมตรน้าดิบ