Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การพัฒนาไบโอเซนเซอร์แบบแถบในการตรวจคัดกรองสารต้องห้ามในการสร้างเม็ดเลือดแดงในนักกีฬา: อาร์เฮช-อีริโธรพอยอีติน

โกสุม จันทร์ศิริ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

แผ่นทดสอบแบบ Lateral Flow Immunochromatography ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการเป็น First Rapid Screening Test ในการตรวจสอบ Erythropoietin ในซีรั่ม จากการทดลองใช้แอนติบอดี 25 คู่ พบว่า EPO2 conjugate – EPO1 capture (Strip no. 14) มีความไวต่อ rhEPO สูงกว่าคู่อื่นๆ ที่ใช้ในการทดสอบ และเมื่อนำมาทดสอบใช้กับ blood separator 2 ชนิดคือ cytosep 1660 และ cytosep 1662 ร่วมกับบัฟเฟอร์ 2 ชนิดคือ B1 (PBS +1%Tween 20 +0.1%NaN3, pH 7.8) และ B2 (20mM Tris, 1% Sodium Tripolyphosphate, 2mM EDTA, 0.1% TritonX-405, 0.5% Casein, 0.1% Azide, pH 8.0)ทดสอบในตลับชนิด A และ B ผลการทดสอบ พบว่า Buffer ที่เหมาะสมกับเลือดครบส่วน คือ B1 โดยทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้น้อยกว่า B2 ส่วน Blood separator ที่เหมาะสมคือ cytosep 1662 และใช้ได้กับเลือดที่ปริมาตร 5-10 ?L โดยสามารถกรอง หรือกักเก็บเลือดได้อย่างสมบูรณ์เมื่ออยู่ในตลับ แบบ A และใช้ได้กับบัฟเฟอร์ B1 หรือ B2 ผลการทดสอบใช้เลือดครบส่วนและซีรัม ที่ปริมาตรเท่ากันเป็นตัวอย่าง พบว่าซีรัมจะให้ความไวสูงกว่า เนื่องจากความไวของการตรวจหา rhEPO สัมพันธ์กับปริมาตรของตัวอย่าง ดังนั้นการใช้เลือดเป็นตัวอย่างในการตรวจ จำเป็นต้องใช้ blood separator เป็น sample pad ซึ่งการเปลี่ยน sample pad จากเดิม C048 เป็น cytosep 1662 อาจจะกระทบต่อความไวของชุดทดสอบได้

คำสำคัญ

Biosensorไบโอเซนเซอร์สารต้องห้ามในนักกีฬาDoiping agents